บเขาให้ตายเสีย! ได้ยินว่าพลังวิญญาณในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ฝึกบำเพ็ญถูกเขาใช้ไปเกินขีดจำกัด ทำให้พวกเราเข้าไปฝึกบำเพ็ญไม่ได้อีกสองสามปี ตัดทรัพยากรฝึกบำเพ็ญของพวกเราไป นี่ไม่ใช่คนแล้ว!”
“เล่นงานให้ตาย!”
“ไล่เขาออกไป!”
ชั่วเวลานั้น ก้อนหินแต่ละก้อนถูกขว้างขึ้นมาจากด้านล่าง ด้วยเหล่านักเรียนเบื้องล่างล้วนมีวรยุทธ์ติดตัว ความสูงและแรงที่ขว้างก้อนหินมาจึงไม่ได้แค่โยนเล่นๆ
เฟิ่งจิ่วเห็นก้อนหินพวกนั้นถูกเขวี้ยงมาราวสายฝน เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวป้องกัน จึงถูกหินก้อนหนึ่งกระแทกเข้าตรงเท้า ความรู้สึกเจ็บทำให้เธอโกรธจัด ขี่ขนนกบินสูงขึ้นไปกลางอากาศ แล้วถลึงตากราดมองทุกคนข้างล่าง
“พวกเจ้าทำเกินไปแล้ว! นึกไม่ถึงว่าจะกล้าเขวี้ยงก้อนหินใส่ข้า! ในสายตาไม่เห็นผู้อาวุโสเลยหรือไร?”
เธอไม่พูดยังดีกว่า ครั้นกล่าวไปเช่นนี้ นอกจากโยนก้อนหิน บางคนยังหันมาขี่กระบี่มุ่งมาทางเธอแทน
เมื่อเห็นทั้งก้อนหินและกระบี่บินจู่โจมมาทางตนเอง เฟิ่งจิ่วแค่นเสียงเย็น “ในเมื่อไม่เห็นผู้อาวุโสในสายตา เช่นนั้นข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าเสียหน่อย!”
เธอกล่าวจบก็ยืนสะบัดแขนเสื้อบนขนนกบิน คล้ายมีผงแป้งโปรยปรายลงมาจากกลางอากาศ ตั้งแต่ตีนเขาจนถึงยอดเขาไม่มีเว้นสักนิด ยามยกมือสะบัดอีกครั้ง กระบี่บินสองเล่มที่โจมตีมาทางเธอร่วงลงไปปักตรงหน้าเป้ากางเกงของนักเรียนสองคนที่ขี่กระบี่
นักเรียนสองคนนั้นเพียงรู้สึกว่าคมมีดลมรุนแรงโจมตีมา แสงหนาวเย็นสว่าง