้ สีหน้าก็หวั่นไหวเล็กน้อย เรื่องแปดจักรวรรดิใหญ่ บางคนรู้บางคนไม่รู้ แต่ยามนี้หัวใจล้วนเต้นแรงขึ้นมา เพราะไม่มีใครยอมเป็นผู้อ่อนแอ
เฟิ่งจิ่วคุยกับพวกเขาสักพัก สุดท้ายทุกคนถึงจะทยอยแยกย้ายกลับเรือนของตนเองไปพักผ่อน รองเจ้าสำนักเห็นว่าเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว จึงจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
พวกเนี่ยเถิงที่อยู่เขตเรือนเดียวกันมองเธอสั่งคนไปเตรียมน้ำอาบ ถึงค่อยกลับห้องไปพักผ่อนเช่นกัน
เพราะเสื้อผ้าชุดหนึ่งเสียหาย บนร่างเหลือแค่ชุดเดียว ด้วยเหตุนี้หลังจากอาบน้ำจึงเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าตัวเอง เป็นชุดสีแดงแพรวพราวดื้อรั้น เมื่อเธอเปิดประตูห้องเตรียมจะออกไปหาของกินเสียหน่อย ก็เห็นโม่เฉินอุ้มอสูรกลืนเมฆาเดินเข้ามา
“โฮก!”
กลืนเมฆาเห็นนายท่านก็คำรามเบาๆ พลางโผเข้าไป แขนโม่เฉินที่อุ้มมันไว้คลายออกเล็กน้อย ปล่อยให้มันกระโจนออกไปจากอ้อมแขน
ในดวงตาเฟิ่งจิ่วฉายแววแปลกใจ “ทำไมท่านถึงมาดูแลอสูรกลืนเมฆา?” คนที่เธอมอบหมายอสูรกลืนเมฆาให้คือรองเจ้าสำนัก ทำไมกลับเห็นมันอยู่กับเขา?
“ว่างๆ ไม่มีธุระอะไร ข้าเลยฆ่าเวลา” เขากล่าวจบก็มองเธอ “ได้ยินว่าเจ้าจะอยู่เป็นอาจารย์ต่อ?”
“อืม หนึ่งปี” เธอพยักหน้าขานรับ เดินออกจากลานบ้านไปกับเขา สองคนเดินไปอย่างไม่เร่งไม่ช้า ส่วนอสูรกลืนเมฆาตามมาด้านหลัง
โม่เฉินเดินไป ฝีเท้าทั้งเชื่องช้าและเนิบนาบ ไม่ได้มองเธอหรือพูดอะไร เพียงมองทางเบื้องหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ข