ำนักศึกษาหกดาราตรงนี้นอกจากเฟิ่งจิ่ว เนี่ยเถิง โอวหยางซิว และเซียวอี้หานสี่คนที่เป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน คนอื่นๆ ล้วนอยู่ระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณ หนำซ้ำยังไม่ใช่ยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณขั้นสูงสุด กำลังเช่นนั้นคนสำนักศึกษาสองดาราไม่ได้เห็นในสายตาเลยจริงๆ
เจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนักศึกษาสองดารามองเหล่านักเรียนตรงหน้า ยิ้มๆ แล้วสั่งคนแบ่งหินวิญญาณให้พวกเขา “หินวิญญาณพวกนี้ล้วนสัญลักษณ์พิเศษ เป็นหินวิญญาณของสำนักศึกษาสองดาราพวกเรา แม้บนตัวพวกเจ้ามีเช่นกันก็คงไม่ปะปนกัน”
“เอาล่ะ เชื่อว่าสำนักศึกษาพวกเจ้าและรองเจ้าสำนักคงกำชับพวกเจ้าไปแล้ว เช่นนั้นข้าจะไม่พูดมาก พวกเจ้าเข้าไปประตูค่ายกลเถอะ! หลังเข้าประตูค่ายกลไป แม้เป็นนักเรียนสำนักศึกษาก็จะไม่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ล้วนจะกระจัดกระจายไป”
เจ้าสำนักศึกษาสองดารายิ้มกล่าว แล้วให้รองเจ้าสำนักข้างๆ เปิดประตูค่ายกลส่งพวกเขาเข้าไปยังเขตพื้นที่พลังวิญญาณ
“ไปเถอะ! ระวังตัวด้วย” พวกรองเจ้าสำนักมองพวกเฟิ่งจิ่ว พลางให้สัญญาณ
“ขอรับ ท่านเจ้าสำนัก อสูรน้อยข้าต้องรบกวนให้ดูแลแล้ว” เธอมองอสูรกลืนเมฆาที่ตามอยู่ข้างกายรองเจ้าสำนัก เพราะตรงนี้มากคนมากหู คนไม่น้อยเห็นเธอพาอสูรกลืนเมฆามา หากเก็บเข้าห้วงมิติพาเข้าไปด้วย เกรงว่าจะสร้างปัญหา ด้วยเหตุนี้จึงได้แต่ส่งให้รองเจ้าสำนักดูแล
“ข้ารู้แล้ว” รองเจ้าสำนักพยักหน้า มองอสูรกลืนเมฆาเป็นเพียงสัตว์เลี้ยง และไม่ร