าจะไปเหมือนยังรอใคร?
“ไม่รู้สิ คงมีอาจารย์ยังไม่มากระมัง!”
“เฟิ่งจิ่ว” เซียวอี้หานก้าวยาวเดินเข้ามา ขณะกำลังจะตบบนบ่านางเพื่อทักทาย กลับนึกได้ว่านางเป็นผู้หญิง จึงเก็บมือกลับทั้งหน้าเจื่อนๆ ทันควัน บอกว่า “ข้าได้ยินว่าหลังเจ้ากลับมาก็ฝึกบำเพ็ญมาตลอด ช่วงนี้วรยุทธ์เพิ่มขึ้นมากเลยใช่หรือไม่?”
เห็นว่าเป็นเขา เธอก็เผยรอยยิ้ม “ไม่หรอก ช่วงนี้ข้ากลั่นยามากกว่า แต่ว่าท่าน ช่วงนี้ไม่เจอกันวรยุทธ์ท่านก้าวหน้าไม่น้อยเลย!”
“ฮ่าๆๆ ใช่ ข้ามานะบากบั่น เดิมคิดจะประลองฝีมือกับกวนสีหลิ่นเสียหน่อย แต่รอบนี้หลังเขาออกไปยังไม่กลับมา แม้แต่งานแข่งสำนักศึกษายังพลาดไป น่าเสียดายจริงๆ”
“โอกาสยังมีอีก ไม่แน่ว่าตอนนี้พี่ชายข้าฝึกวิชาอยู่ข้างนอก อาจจะดีกว่าพวกเราในสำนักศึกษานี้”
“ข้อนี้ข้าไม่ปฏิเสธ ข้างนอกเป็นดาบแท้กระบี่จริงต้องสู้จริง แต่พละกำลังเขาอยู่ข้างนอกเจ้าไม่เป็นห่วงหรือ?” เห็นนางไม่มีท่าทีเป็นห่วงอะไรเลยสักนิด เขาอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ ตามเหตุผลแล้วความสัมพันธ์สองคนนี้ดีเพียงนั้น กวนสีหลิ่นฝึกวิชาอยู่ข้างนอกนานเพียงนี้ยังไม่กลับมา นางควรกังวลสิถึงจะถูก!
“เขามีความบันยะบันยัง” เธอยิ้มกล่าว หางตาเหลือบเห็นร่างสีขาวมาจากบริเวณไม่ไกล เมื่อเห็นร่างนั้นมุมปากก็กระตุก คงไม่กระมัง? เขาไปด้วยหรือ?
………………………………………………….