นตรงหน้าที่ยิ้มเสียจนดวงตายังหรี่กลายเป็นเส้น พร้อมกล่าวเตือนเสียงเข้ม
“เฮ้ นี่เจ้ายินยอมเองนะ บอกว่าข้าทำเกินไปได้อย่างไร? หรือว่าเจ้าไม่รู้ ว่าเป็นครูวันเดียวก็เป็นไปตลอดชีวิต เจ้าเรียกว่าอาจารย์ข้าก็รับ เช่นนั้นเจ้าเป็นลูกศิษย์ข้าแล้ว วางใจเถอะๆ ข้าจำได้น่า” เธอหัวเราะเบาๆ มองเขาพร้อมคำพูดมีความหยอกล้อ
โอวหยางซิวอ้าปากค้าง กลับพบว่าตนเองหาคำพูดมาตอบเขาไม่ได้ สุดท้ายเพียงแค่นเสียงเย็น “เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะโค่นเจ้าแน่ๆ!” กล่าวจบก็ผ่านเขาไป เดินไปยืนด้านหลังรองเจ้าสำนัก
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้ สองแขนกอดอกหัวเราะ ลูกศิษย์คนนี้รักษาหน้าจนวันตายจริงๆ เห็นชัดเจนว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้เธอเลย
“เฟิ่งจิ่ว ทำไมเจ้าถึงเรีนกศิษย์พี่โอวหยางว่าลูกศิษย์? เจ้ากับเขา…” เยี่ยจิงสงสัยนิดหน่อย ปีก่อนนางยังหลบเขาอยู่เลย! ทำไมตอนนี้ดูแล้ว กลับเป็นโอวหยางซิวที่หลบนาง?
“โอ้ ปีก่อนเขาบอกตลอดว่าอยากประลองกับข้าไม่ใช่หรือ? จากนั้นยังวิ่งไปขวางข้าระหว่างทาง สุดท้ายข้าจึงบอก ว่าเขาแพ้ต้องเรียกข้าว่าอาจารย์ ดังนั้นในที่สุดข้าชนะแล้ว เขาจึงกลายเป็นลูกศิษย์ข้าไปตามปกติ” พูดถึงเรื่องนี้รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งลึกขึ้น
เยี่ยจิงได้ยินเช่นนี้ก็พยักหน้า “ที่แท้เป็นเช่นนี้”
“น่าแปลก คนที่นี่ครบแล้วไม่ใช่หรือ? ยังรอใครอีก?” เธอเอ่ยถาม เห็นนักเรียนสิบคนมาถึงครบแล้ว แม้แต่รองเจ้าสำนักกับอาจารย์สองท่านที่นำคณะก็เช่นกัน กลับไม่มีท่าทางว่