าโถวรีบร้อนอธิบาย
เย่อวี๋หรานเงยหน้าขึ้นมา “พอเถอะ ทำหรือไม่ทำ ตัวเจ้าเองรู้อยู่แก่ใจ แต่คนก็ตายไปแล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ เจ้าแค่อย่าเป็นตัวถ่วงให้ข้ากับพวกลูก ๆ ก็พอ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ข้าจะไม่ยุ่งกับเจ้า”
พูดจบก็เดินจากไปโดยไม่สนใจเขา
จูเหล่าโถวยืนอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางเซื่องซึม
อยากฟื้นฟูความสัมพันธ์กับภรรยากี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่สำเร็จเสียที ภรรยาคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่?
ยังจะใช้ชีวิตด้วยกันอยู่ไหม?
หรือจะทำเหมือนทุกวันนี้ต่อไป ดูจากภายนอกคือครอบครัวเดียวกัน แต่ความจริงกลับต่างคนต่างอยู่
ในฐานะสามี จูเหล่าโถวไม่ค่อยยินยอมพร้อมใจเท่าไหร่
นอกจากนี้ เขายังไม่คิดว่าตัวเองแก่จนทำอะไรไม่ไหว และยังไม่ได้แก่จนหมดความต้องการบางอย่างไปแล้ว
ทั้งที่มีภรรยา แต่กลับมีชีวิตเหมือนภิกษุอย่างไรอย่างนั้น ความรู้สึกนี้มันช่าง…
ความไม่พอใจปะทุขึ้นมา ต้นไม้อยากอยู่อย่างสงบแต่ลมไม่หยุดพัด*[1]
อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสทราบข่าวการเสียชีวิตของแม่ม่ายฉินแล้วก็เริ่มเตรียมการเรื่องงานศพ
กล่าวจากใจจริง การที่ผู้หญิงคนนี้ตายไปกลับทำให้พวกเขาวางใจได้เสียที
ไม่ว่านางจะเคยเป็นชู้กับจูเหล่าโถวหรือไม่ เรื่องนี้ก็ไม่อาจเปิดเผยได้เป็นอันขาด มีแต่คนตายจึงจะสามารถรักษาความลับเอาไว้ได้
พวกเขาหวังว่าเรื่องนี้จะเงียบหายไปพร้อมกับการตายของนาง
สามีของแม่ม่ายฉินเป็นลูกชายคนเดียว บิดามารดาล้วนไม่อยู่แล้ว ผู้อาวุโส