ม่ค่อยกล้าสบตานัก
สายตาที่เสมองไปทางอื่นแบบนั้นทำให้เย่อวี๋หรานหมดคำจะพูด
เขาพูดเองไม่ใช่หรือว่าตนเองไม่ได้มีอะไรกับแม่ม่ายฉิน
ท่าทางอย่างนั้นของเขาดูไม่มีพิรุธเสียที่ไหน?
โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมไม่อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะทะเลาะกันหนักขนาดไหนอีก
“ข้าคิดอย่างไรอะไรกัน? ข้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสเสียหน่อย ในหมู่บ้านมีคนตายก็ไม่จำเป็นต้องให้ข้าร้อนใจหรอก” เย่อวี๋หรานกล่าวเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่ยิ่งนางเป็นเช่นนี้ จูเหล่าโถวก็ยิ่งใจเต้นระทึก “ข้าไม่ได้มีเจตนาอื่นนะ…แต่คนตายแล้วก็ต้องจัดงานศพ ข้าคิดว่าข้าต้องไปไหม…”
“ไปสิ ทำไมจะไม่ไป? ถ้าไม่ไปก็แสดงให้เห็นว่าเจ้าร้อนตัวน่ะสิ? ทำไมรึ เจ้ากินปูนร้อนท้อง?”
“เปล่า…ข้าร้อนตัวอะไรกัน นางไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้าเสียหน่อย ข้าแค่…” จูเหล่าโถวย่อมไม่ยอมรับอยู่แล้ว แต่น้ำเสียงกลับไม่คล้ายอย่างนั้น เขาเอ่ยว่า “แค่กังวลใจนิดหน่อย กลัวว่าถ้าข้าไปแล้วคนอื่นเอาไปพูดอะไรอีก ตอนแรกไม่ได้มีเรื่องอะไร ถ้าเจ้าได้ยินแล้วโกรธขึ้นมาอีกเล่า…”
ตอนนี้เขากลัวเย่อวี๋หรานจะโกรธอีกรอบจริง ๆ
ความเป็นอยู่ของครอบครัวดีวันดีคืน เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้ภรรยาของเขา ส่วนเขาเพียงแต่ได้มีหน้ามีตาไปด้วยก็เท่านั้น
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้วพลางกล่าวว่า “ตอนนี้รู้จักกลัวแล้ว? แล้วตอนที่ทำลงไปตอนนั้นทำไมถึงไม่รู้จักกลัวเสียบ้าง?”
“ข้าไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ นะ…” จูเหล่