นอายดุร้ายกระหายเลือด รวมถึงเลือดลมบนร่างคนพวกนั้น ทำให้เฟิ่งจิ่วมองออกในแวบเดียวว่าคนพวกนี้เป็นผู้ฝึกวิชามาร
หนำซ้ำยังเป็นผู้ฝึกวิชามารที่มีพละกำลังไม่ธรรมดา นอกจากหัวหน้าจะเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ สิบกว่าคนด้านหลังล้วนมีกำลังระดับหลอมแก่นพลัง คนที่ปิดล้อมรอบๆ ทางเข้าค่ายกลคฤหาสน์ก็มีวรยุทธ์ระดับสร้างรากฐาน
ไม่ใช่คนแคว้นเหินเวหา!
ว่ากันตามจริง แคว้นเหินเวหาไม่มีกลุ่มอำนาจผู้ฝึกวิชามารที่มีพละกำลังเช่นนี้ คนพวกนี้อย่างน้อยๆ ก็มาจากแคว้นระดับสาม
“เจ้าฆ่าคนของข้าหรือ?” เธอแปลกใจมาก นึกไม่ถึงว่าตนเองจะยังเอ่ยถามโดยใช้น้ำเสียงที่สงบนิ่งและใจเย็นเช่นนี้ได้
“เจ้าหมายถึงเซี่ยงหวาคนนั้น? เหอะๆ…”
ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณคนหัวหน้าหัวเราะ จ้องมองเฟิ่งจิ่วพลางเอ่ย “ข้าให้เขายอมจำนนต่อข้า เขาไม่ยอม ดังนั้นจึงให้คนของข้าสั่งสอนเขาเล็กน้อย แต่เล่นได้น่าเบื่อเกินไป ด้วยเหตุนี้ ข้าถึงสำรวจดวงจิตเขาด้วยตนเอง เขาก็โง่เขลา นึกไม่ถึงว่าจะระเบิดตนเองฆ่าตัวตาย เหอะๆ ช่างโง่เง่าเสียจริง”
“เดิมคิดจะโยนศพเขาให้สัตว์ร้ายกัดกิน แต่นึกถึงพวกข้อมูลมีประโยชน์ที่สำรวจดวงจิตออกมา จึงคิดจะส่งให้พวกเจ้าเป็นของขวัญ เป็นอย่างไร? ของขวัญชิ้นใหญ่นี้เจ้าพอใจหรือเปล่า?”
คนคนนั้นจ้องมองเฟิ่งจิ่ว น้ำเสียงหนาวเย็นยังมีความบ้าคลั่ง “เฟิ่งจิ่วใช่ไหม? ส่งคมพยับกระบี่เทวะในตำนานมาซะ ข้าอาจยังเก็บศพไว้ให้พวกเจ้าได้ มิเช่นนั