้น เหอะๆ…”
เฟิ่งจิ่วได้ยินคำพูดเขา แววตาสั่นไหวเล็กน้อย ยิ้มอย่างเย็นชา “พูดเช่นนี้ เจ้ามาหากระบี่คมพยับสินะ? ข้าสงสัยนัก ว่าทำไมเจ้าถึงเพ่งเล็งพวกเรา?”
“ไม่ใช่แค่ข้าเพ่งเล็งเจ้า คนฝึกวิชามารต่างเพ่งเล็งกระบี่คมพยับในมือเจ้ากันทั้งนั้น เจ้าหนู ไม่มีกำลังยังกล้าเก็บกระบี่คมพยับไว้ นั่นเป็นการกระทำที่รนหาที่ตาย” สิ้นเสียงคนคนนั้น ร่างสีดำพลันพุ่งออกมา ฝ่ามือจับเป็นกรงเล็บโจมตีไปทางเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วจ้องมองกรงเล็บที่คนคนนั้นจู่โจมมา แล้วหลับตาลงเล็กน้อย กระแสลมทั่วร่างพุ่งพล่าน ยืนนิ่งไม่ขยับ แต่กลิ่นอายที่มีจิตสังหารและความน่าสะพรึงบนร่างระเบิดออกมาทันใด เพียงฝ่ามือขยับกระบี่คมพยับก็ปรากฏในมือเธอ
ประกายสีดำดุร้ายสะท้อนออกมา กลิ่นอายที่ทั้งหนาวเหน็บและมีความน่ากลัวสะบัดไปตามมือที่ถือกระบี่ กระบี่คมพยับที่ไม่เหมือนกระบี่ทั่วไปโจมตีออกไปราวกับดาบใหญ่ พร้อมด้วยกระแสลมทรงพลัง
“ฟิ้ว!”
“ฟิ้วๆ!”
กระแสลมรุนแรงน่าสะพรึงพลันเหวี่ยงออกไปรอบๆ ทันใดนั้นคนชุดดำที่หลบไม่ทัน บางคนถูกฟันเอวขาด บางคนตอบสนองไวก็ล้มลงกับพื้นและหลบไปอย่างฉิวเฉียด
ทว่าเมื่อคนชุดดำพวกนั้นที่หลบได้หวุดหวิดยืนขึ้น กลับตกใจจนเหงื่อออกทั่วร่าง พลางจ้องมองกระบี่คมพยับด้วบสีหน้าเหลือเชื่อ
หากช้าไปครึ่งจังหวะ คงตายอยู่ใต้กระบี่คมพยับจริงๆ แล้ว!
………………………………………………….