ในกระมัง? น่าจะยังไม่ไปหรือเปล่า?”
“ห้องนี้ไม่มีประตูหลัง คงยังอยู่กระมัง?”
“ถูกต้อง ห้องนี้ไม่มีประตูหลัง แต่มีหน้าต่างด้านหลัง พวกเขาคงไม่ไปทางหน้าต่าง เพื่อหลีกเลี่ยงพวกเราใช่หรือไม่?”
เพียงคนคนนี้เอ่ยเตือน ทุกคนก็ตกใจ คิดว่าเหลือเชื่อไปบ้าง ไปทางหน้าต่างจะเสียศักดิ์ศรีเกินไปหรือเปล่า? แต่ว่ากันว่าภูตหมอคนนั้นเดิมทีนิสัยแปลกๆ เรื่องที่พวกเขาไม่ทำ ไม่แน่ว่าเขากลับจะทำ
ดังนั้นหลังจากเคาะประตูไปไม่มีใครตอบจึงมีคนผลักประตูเข้าไป มองไปภายในห้องว่างเปล่าไม่มีใครแม้สักคน แต่บานหน้าต่างตรงหน้าต่างด้านหลังยังเปิดไว้
“ปะ ไปทางหน้าต่างจริงๆ หรือ?”
ทุกคนตกตะลึง เหลือเชื่อไปบ้าง…
แทบจะไม่ให้เวลาพวกเขาตอบโต้ หลังพวกเฟิ่งจิ่วกลับถึงโรงเตี๊ยมก็พาอสูรกลืนเมฆาออกจากเมืองหลวงกลับไป เมื่อทุกคนสอบถามได้ข่าวและเร่งไปถึงในโรงเตี๊ยมยังช้าไปก้าวหนึ่ง และไม่เห็นร่างนางเช่นเดิม
บนเส้นทางภูเขา พวกเขาที่เดินไประยะหนึ่งพักผ่อนบนพื้นหญ้า เฟิ่งจิ่วนั่งขัดสมาธิมองโม่เฉินที่นั่งข้างกัน เอ่ยถามอย่างยิ้มแย้ม “ท่านตามข้าไปเช่นนี้ พวกเขาจะหาว่าเรารวมหัวกันหรือไม่? หลังจากสมรู้ร่วมคิดก็มาเก็บรางวัลไปโดยเฉพาะ?”
โม่เฉินได้ยินเช่นนี้ก็มองไปทางนาง ถามกลับโดยไม่ตอบ “ยาห้าธาตุนั้นเจ้ากลั่นออกมาจริงหรือ? เคยใช้หรือเปล่า?”
“แน่นอนว่าข้ากลั่นออกมา มิเช่นนั้นจะได้มาจากไหน?” เธอเชิดคางขึ้น ให้สัญญาณไปทางเหลิ่งหวาข้างๆ “เห็นหรือ