กพัก เฟิ่งจิ่วมองๆ ท้องฟ้า แล้วหยิบเรือเหาะออกมา บอกทั้งสามคนว่า “พวกเราขึ้นเรือเหาะกันเถอะ! ความเร็วไวกว่าหน่อย จะได้พักผ่อนบนเรือด้วย”
โม่เฉินมองเรือเหาะลำหรูหรา แล้วเหลือบมองนาง สายตาเช่นนั้นราวกับกำลังบอกว่า ‘มีของเช่นนี้ก็ไม่เอาออกมาตั้งแต่แรก’ มองเฟิ่งจิ่วอย่างหมดคำพูด
ขึ้นไปนั่งเรือเหาะ ใช้หินวิญญาณจุดเชื้อเพลิง มุ่งหน้าไปยังแคว้นเหินเวหา…
อีกด้านหนึ่ง ผู้อาวุโสสามตระกูลซั่งกวนในเมืองหลวงแคว้นศรสวรรค์หลังรู้ว่าพวกเฟิ่งจิ่วไปแล้วก็พาคนจากไปเช่นกัน คิดว่าหลังกลับถึงตระกูล จะรีบส่งคนไปตรวจสอบตัวตนเฟิ่งจิ่วคนนี้
เขาต้องรู้ให้ได้ ว่านอกจากตัวตนภูตหมอแล้ว ยังมีความเกี่ยวข้องกับคนตระกูลเฟิ่งอีกหรือไม่?
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งเดือน พวกเฟิ่งจิ่วกลับมาถึงแคว้นเหินเวหา หลังมาถึงแคว้นเหินเวหาเธอก็เก็บเรือเหาะ กล่าวกับโม่เฉินว่า “ถึงอาณาเขตที่นี่แล้ว ข้ายังมีธุระ จะไม่กลับไปสำนักศึกษาด้วยกันกับท่าน”
โม่เฉินมองนาง เพียงหยักหน้า แล้วร่อนกระบี่ออกไปโดยไม่พูดอะไรแม้สักคำ
หลังรอเขาออกไป เฟิ่งจิ่วพาพวกเหลิ่งซวงไปคฤหาสน์วางแผนว่าหลังจากรับเหล่าไป๋จะกลับไปสำนักศึกษา เมื่อมาถึงคฤหาสน์ก็เห็นแปดองครักษ์ตระกูลเฟิ่งเข้ามาต้อนรับ
“นายท่าน ท่านกลับมาแล้ว”
ทั้งแปดคนมองนางอย่างยินดี หลังต้อนรับนางเขามานั่งด้านในถึงจะเอ่ยว่า “นายท่าน ราชวงศ์เฟิ่งหวงส่งข่าวมา บอกว่าราชวงศ์พวกเราผ่านการประเมิน เลื่อนขั้นจากระ