ไม่บรรลุถึงระดับกำเนิดวิญญาณ ก็ไม่แนะนำให้เจ้าไปจักรวรรดิ
แววตาเฟิ่งจิ่วสั่นไหวเล็กน้อย ซ้ำยังได้ยินคำพูดนี้ เดิมทีเซวียนหยวนโม่เจ๋อก็กล่าวเช่นนี้ บอกเธอว่าไม่ถึงระดับกำเนิดวิญญาณอย่าไปจักรวรรดิ โม่เฉินก็เอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมาเช่นกัน หรือว่าคนในจักรวรรดิจะแข็งแกร่งและน่ากลัวเช่นนั้นจริงๆ?
“หรือว่าคนที่นั่นวรยุทธ์ล้วนอยู่ระดับกำเนิดวิญญาณขึ้นไป?” เธอถามไปอย่างอดใจไม่ไหว
“สถานที่นั้นเสี่ยวเอ้อร์ในโถงทางเดินโรงเตี๊ยมยังมีวรยุทธ์ระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณ ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังยิ่งเห็นได้ทุกที่ หนำซ้ำคนที่นั่นเอะอะไม่ถูกกันวิธีตรงที่สุดมักเป็นการต่อสู้”
หลังกินขนมไปสองชิ้นเขาก็เช็ดๆ มุมปาก กล่าวต่อไปว่า “ไม่มีวรยุทธ์ระดับกำเนิดวิญญาณ ซ้ำยังไม่มีกลุ่มอำนาจปกป้อง เจ้าอยู่ที่นั่นเจออะไรต้องเจียมเนื้อเจียมตัว”
เฟิ่งจิ่วครุ่นคิด ยามนี้อยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุด ตั้งเป้าหมายให้ตนเองไว้ว่าภายในหนึ่งปีพละกำลังจะพัฒนาถึงระดับหลอมแก่นพลัง แต่หลังกลับถึงสำนักศึกษายังต้องไปเข้าร่วมงานจัดอันดับอิทธิพล เดาว่าเวลาบางครั้งคงรับได้ไม่ไหว
ส่วนผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ ภายในสองปีเธอยิ่งไม่ต้องคิดเลย
เธอสัญญากับเซวียนหยวนโม่เจ๋อไว้สิบปี แต่คิดว่าจะทำให้ตนเองก้าวหน้าถึงระดับกำเนิดวิญญาณแค่ภายในห้าปี ยามนี้ก็ผ่านไปปีกว่าแล้ว
อาจเพราะหัวข้อสนทนาตึงเครียดไปหน่อย สองคนจึงนั่งไปโดยไม่คุยอะไรอีก พักผ่อนสั