ะถูกประมูลในแคว้นระดับหก หัวหน้าตลาดมืดนั้นมีฝีมือทำให้คนแคว้นระดับหนึ่งยังได้รับข่าว ซ้ำยังสร้างชื่อเสียง ผลตอบรับนี้ไม่เลวเลยจริงๆ” เธอยิ้มเอ่ย คิดว่าที่นี่ไม่ใช่สถานที่พูดคุย คิดจะไปจ่ายค่าน้ำชา แล้วกลับโรงเตี๊ยมพร้อมพวกเขาก่อนค่อยว่ากัน
“คุณชาย ไม่ต้องจ่ายเงินแล้ว พอแล้วๆ” สามีภรรยาร้านแผงลอยเห็นเฟิ่งจิ่วจะล้วงเงิน ก็รีบร้อนห้ามไว้
เฟิ่งจิ่วยิ้ม พร้อมโยนเหรียญเงินเหรียญหนึ่งออกไป “นี่เป็นค่าน้ำชา เก็บไว้เถอะ!” สิ้นเสียงถึงจะพาพวกเขากลับไป
หลังกลับถึงโรงเตี๊ยม สองคนบอกข้อมูลที่สอบถามกลับมาทั้งหมดกับนาง สุดท้ายเหลิ่งหวาก็เอ่ยว่า “นายท่าน คนคนนั้นที่จองห้องคงเป็นคุณชายโม่เฉิน ตอนพวกเราถามข่าวกลับมาก็ผ่านโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่ง จึงได้ยินเฒ่าแก่เอ่ยถึงพอดีขอรับ”
“อืม เช่นนั้นคงเป็นเขานั่นแหละ เขาเป็นคนบอกข้าเรื่องงานสมัชชาวิเคราะห์ยาเซียนที่นี่ ตอนนั้นข้าไม่รับคำเชิญร่วมทางกับเขา คิดแล้วเขายังเดาได้ว่าข้าจะมา”
เธอยิ้มๆ รู้สึกว่าโม่เฉินคนนี้แปลกมากจริงๆ เพราะคำพูดไม่กี่ประโยคนั้นจึงดูแลเธอเป็นพิเศษ? แต่รู้สึกว่าตอนที่เขาพูดอะไรพวกนั้นยังบอกไม่ชัดเจน คงจะยังเก็บงำไว้ เหมือนว่ายังมีอะไรที่เธอไม่รู้
เหลิ่งหวาอดไม่ได้ที่จะถาม “นายท่าน ถึงเวลางานสมัชชาวิเคราะห์ยาเซียนท่านจะเข้าร่วมด้วยตัวตนไหนขอรับ?”
“ใช้ตัวตนเฟิ่งจิ่วเป็นพอ ส่วนตัวตนภูตหมอ เหอะๆ ให้พวกเขาตั้งตารอไปเถอะ!”
แววตาเธอพุ่งพล่าน น