ลงมือ!”
นางร้องอุทานพลางมองกราดไป ไม่น่าเชื่อว่ายังมีคนกล้าลงมือหลังจากได้ยินชื่อเสียงเรืองนามของตระกูลนาง
“ตระกูลซั่งกวน?”
เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วขึ้น สิ่งที่ไหลพล่านในตัวตาสดใสคือประกายที่คนนอกมองไม่เข้าใจ แส้ในมือสะบัดจู่โจมออกไปทันที และพันรอบเอวลากนางเข้ามา
หญิงคนนั้นตกใจ ร่างกายยังไม่ทันโต้ตอบก็ถูกเฟิ่งจิ่วโอบเอวไว้ด้วยท่าทางหยอกล้อ
“เป็นคนตระกูลซั่งกวนจริงหรือ?” เฟิ่งจิ่วเชยคางนางขึ้นดู เข้าไปใกล้ข้างหูและเอ่ยเสียงเนิบๆ “แม้เป็นคนตระกูลซั่งกวนก็ไม่ควรมายั่วยุข้า รู้หรือเปล่า?”
นางอึ้งตกใจ ร่างกายนิ่งไปหมด ไม่รู้โดยสิ้นเชิงว่าจะตอบโต้อย่างไร ที่ผ่านมาหยิ่งยโสเสียเคยชิน ยังไม่เคยมีใครกล้าเข้าใกล้นางเช่นนี้ ถูกชายหนุ่มโอบกอดและพูดใกล้หูอย่างกะทันหันเช่นนี้ เพียงรู้สึกว่าห้วงความคิดมีเสียงดังตู้ม วางเปล่าไปหมด
“คุณหนูซั่งกวน ข้าน้อยเป็นผู้ฝึกตนไร้สำนักระดับสร้างรากฐาน วันนี้จะช่วยคุณหนูซั่งกวนระบายความแค้น สั่งสอนเด็กหนุ่มที่ไม่เห็นใครในสายตาคนนี้ซะ!”
ร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากกลางฝูงชน กระบี่คมในมือตวัดไป โจมตีไปทางเฟิ่งจิ่วพร้อมด้วยจิตสังหาร บอกว่าจะสั่งสอนหนุ่มน้อยคนนี้ แต่ใครๆ ต่างมองออกว่าเขาจะลงมือถึงชีวิต
เฟิ่งจิ่วกวาดมองคนคนนั้นอย่างเยียบเย็น ผลักหญิงคนนั้นออกไปทันที ขณะที่สะบัดแส้กลับก็เหวี่ยงไปตรงช่วงล่าง พันรอบเท้าเขาลากไป เพียงเห็นว่าคนที่ถือกระบี่พุ่งมาร้องอุทาน และล้มลงกับพื้