นอย่างน่าอับอาย
“หึ!” เฟิ่งจิ่วยิ้มเยาะ “ฝีมือแค่นี้ยังกล้าเสนอตัว? ไม่รู้ที่ตายเสียจริง”
“เพี๊ยะ!”
กล่าวจบแส้ในมือยังฟาดไปทางชายผู้ฝึกตนอย่างโหดเหี้ยม สำหรับคนเช่นนี้ เธอเจอคนหนึ่งก็ต้องสั่งสอน
“ซี๊ด! อ๊าก!”
เขายังไม่ทันลุกขึ้นก็เห็นแส้ตวัดมา แรงลึกลับที่มาพร้อมกับแส้ฉีกทำลายเสื้อผ้าเขาและฟาดลงบนผิวเนื้อ เพียงรู้สึกว่าหนังเปิดเนื้อฉีกเจ็บเสียจนร้องไม่ออก
“อ๊าก! ยะ อย่าตี อย่าตีเลย! คุณชายไว้ชีวิตด้วย คุณชายไว้ชีวิต…”
เห็นชายที่บอกว่าเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานโดนแส้ฟาดเสียจนกรีดร้องขอความเมตตาบนพื้น เหล่าผู้ฝึกตนที่เดิมทียังจ้องจะทำร้ายดวงตาแวววาวเล็กน้อยทันควัน สายตาแต่ละคนหยุดลงบนร่างเด็กหนุ่มชุดแดงที่กำลังเหวี่ยงแส้
ทุกๆ แส้ล้วนแฝงด้วยพลังวิญญาณที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า พวกเขาแทบจะมั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่แส้เฆี่ยนลงไป ผู้ฝึกตนคนนั้นต้องผิวแตกเนื้อฉีกเป็นแน่ หนำซ้ำยังนึกไม่ถึงว่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานผู้สง่างามต่อหน้าหนุ่มน้อยจะไม่มีแรงต่อต้านแม้สักนิด เห็นได้เลยว่าหนุ่มน้อยเก็บซ่อนพละกำลังไว้
หากเป็นเช่นนี้จริง พวกเขาต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะเสนอตัวดีหรือไม่
………………………………………………….