็นความดุร้ายกระหายเลือดที่ปรากฏในดวงตามัน ประกายเช่นนั้นชัดเจนว่าเป็นอสูรที่ดุร้ายมากถึงจะมี
เขากังวลว่านางฟาดแส้ไปทางมันแล้ว จะทำให้อสูรน้อยตัวนั้นจู่โจม ทว่าแม้เขาเอ่ยปากห้ามปราม ยังคงช้าไปครึ่งก้าว
เพียงเห็นว่าขณะที่แส้นั้นหวดออกไป หลังอสูรน้อยคำรามก็กระโจนไป ร่างเล็กกลมๆ ยามนี้คล่องแคล่วปานเสือดาว ระหว่างที่สี่ขากระโจนทะยานขึ้นไป ก็เผยกรงเล็บแหลมคมมุ่งไปทางหญิงคนนั้น
“กรี๊ด!”
หญิงคนนั้นกรีดร้อง ฝีเท้าพลันถอยหลังไปทั้งใบหน้าขาวซีด แต่หลังมือนางที่ถือแส้ไว้กลับโดนกรงเล็บอสูรกลืนเมฆาตะปบเลือดออกเสียดื้อๆ ลึกเสียจนเห็นกระดูกได้
เมื่อเห็นบาดแผลหลังมือนาง กลิ่นอายทั่วร่างชายวัยกลางคนมืดครึ้มลงมา เขาประคองนางมาคุ้มกันไว้ด้านหลังในทันที ป้องกันไม่ให้โดนอสูรน้อยทำร้ายเป็นครั้งที่สอง
แววตาที่ทั้งคมกริบและหนาวเย็นกวาดมองผ่านอสูรน้อยที่แยกเขี้ยวและเผยกรงเล็บ แล้วจ้องไปยังหนุ่มน้อยชุดแดงข้างๆ ที่ยืนพิงชมเรื่องสนุกอย่างใจเย็น เอ่ยถามเสียงเข้ม “ใต้เท้าไม่ต้องการสัตว์เลี้ยงแล้วหรือ?”
เป็นถึงนายของอสูรน้อย ยังไม่ห้ามปรามให้เกิดภาพเช่นนั้น เพียงมองอยู่นิ่งๆ เด็กหนุ่มคนนี้ช่างน่ารังเกียจจริงๆ
………………………………………………….