ศกาลเป็นอย่างไร?” เธอยิ้มถามพลางมองเด็กน้อยที่ค่อนข้างหยิ่งทะนงในอ้อมแขน
“อืม” เขาขานรับ ดูดีใจเล็กน้อย
เช่นนี้เอง เมื่อถึงช่วงเย็นพวกเขาจึงเข้าไปในวัง จนถึงตอนค่ำ เพราะซู่ซียังต้องอยู่เดือนหลังคลอดไม่ได้ออกมา พวกเขาจึงล้อมวงกินอาหารกันอย่างเรียบง่าย และเล่นกับเด็กทารกในวังพักหนึ่งถึงจะออกไป
เทศกาลโคมไฟในคืนนี้ ทุกหนแห่งในเมืองต่างแขวนโคมผูกผ้า บ้างทายปริศนาโคมไฟ บ้างปล่อยดอกไม้ไฟ เห็นได้เลยว่าทุกที่ล้วนสนุกสนานครื้นเครง
ยามมองโคมไฟมากมายหลายแบบ ยมราชน้อยที่เดินข้างกายเฟิ่งจิ่วแววตาวูบไหวเล็กน้อย ฝีเท้าชะลอลงสองสามก้าวมาที่เบื้องหน้าโคมไฟจุดหนึ่ง เขามองๆ บนหมู่โคมไฟนั้น สุดท้ายสายตาก็หยุดลงบนโคมดอกบัวหนึ่งในนั้น อ่านปริศนาด้านล่าง จากนั้นค่อยมองไปยังพ่อค้าหาบเร่ “เอาเจ้านี่ลงมาที”
“เหอะๆ คุณชายน้อย ทายปริศนาโคมถูกไม่ต้องจ่ายเงิน ทายไม่ได้ต้องเก็บเงินนะ” พ่อค้าหาบเร่ยิ้มเอ่ย หยิบโคมดอกบัวลงมาถือไว้ในมือ ก่อนถามว่า “คุณชายน้อย ปริศนาของโคมดอกบัวนี้คือ บ้างเป็นสีแดง บ้างเป็นสีเขียว บ้างชอบลม บ้างชอบฝน ทายมาหนึ่งคำ”
“ฤดูใบไม้ร่วง” ยมราชน้อยตอบแล้วยื่นมือเล็กออกไป “เอามา”
รอยยิ้มบนหน้าพ่อค้าหาบเร่แข็งทื่อ หันกลับไปอ่านคำตอบ จากนั้นจึงยื่นโคมดอกบัวให้เขา พลางยิ้มกล่าวว่า “คุณชายน้อยฉลาดจริงๆ ทายถูกในครั้งเดียว คำตอบคือฤดูใบไม้ร่วงไม่ผิด โคมดอกบัวนี้เป็นของท่านแล้ว”
“เจ้าชอบเจ้านี่หรือ?”