เฟิ่งจิ่วเดินเข้ามา ในมือถือโคมไฟดวงหนึ่งเช่นกัน แต่ว่าเป็นรูปปลา “ข้านึกว่าเจ้าจะชอบอันนี้ นี่” เธอยกโคมไฟในมือยื่นไปให้เขา
หลังจากเหลือบมองเขาถึงรับมา ขณะเดียวกันก็ยื่นโคมดอกบัวในมือไป “ให้เจ้า”
“ให้ข้า?”
เฟิ่งจิ่วได้ยินก็ยิ้มตาหยี รับมาอย่างยินดีและนึกไม่ถึงอยู่บ้าง “ขอบคุณนะ”
ยมราชน้อยเห็นนางยิ้มอย่างสุขใจ ก็ละสายตาออกไปเล็กน้อย พยายามจะปั้นหน้านิ่งรักษามาดไว้ แต่มุมปากกลับยกโค้งขึ้นอย่างอดไม่ไหว เผยความรู้สึกพอใจออกมา
“เจ้ายังอยากได้ดวงไหนอีก? ข้าจะเอาให้เจ้า” เขาถือโคมไฟรูปปลาที่นางมอบให้ เงยหน้ามองนางเล็กน้อย ทำท่าทางมั่นใจว่าขอแค่เจ้าชอบ ข้าก็สามารถนำมาให้เจ้าได้
“ดวงเดียวพอแล้ว ไปเถอะ! พวกเราไปกินทังหยวน[1]ข้างหน้ากัน” เฟิ่งจิ่วหยีตายิ้ม มือหนึ่งถือโคมดอกบัวอีกมือจับจูงเขาไว้
ทั้งสองคนไปกินทังหยวนตรงแผงลอยด้านหน้า จากนั้นเบียดฝูงชนเข้าไปชมการแสดงบนถนน สุดท้ายยังไปชมดอกไม้ไฟ จนกระทั่งเที่ยงคืนถึงจะกลับจวนตระกูลเฟิ่งมาพักผ่อน
หลังอาบน้ำเสร็จ ยมราชน้อยที่นอนอยู่บนเตียงมองสาวน้อยซึ่งยืนมองท้องฟ้าไกลยามค่ำคืนตรงข้างหน้าต่าง ถามว่า “เจ้ากำลังมองอะไร?”
“คืนนี้วันที่สิบห้า ไม่รู้ว่าพิษเหมันต์ของเขาจะกำเริบหรือไม่?”
………………………………………………….
[1] ทังหยวน คือขนมดั้งเดิมของชาวจีนที่นิยมกินกันในวันหยวนเซียว (เทศกาลโคมไฟ) ทำจากแป้งข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนกลมใส่ไส้ ชื่อคล้ายกับคำว่าถวนหยวนซึ่งห