งกาย ดังนั้นไม่ต้องทำเช่นนี้หรอก”
“เหลิ่งหวา เข้ามา ข้าจะช่วยเจ้าทดสอบฐานพลังวิญญาณ” เธอกวักมือเรียก สื่อให้เขาเข้ามา
“ขอรับ” เหลิ่งหวารู้สึกประหม่าอยู่บ้าง เดินหน้ามายังเบื้องหน้าเฟิ่งจิ่ว ก่อนวางมือลงบนกระดานทดสอบพลังวิญญาณ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เอ่อล้นบนกระดานพลังวิญญาณคือธาตุน้ำ เขาก็ถอนหายใจโล่งอก
ไม่ว่าเป็นฐานพลังอะไร ขอแค่มีฐานพลังให้ฝึกบำเพ็ญได้ก็พอ
“เอ๋? เป็นฐานพลังวิญญาณธาตุน้ำเดี่ยว?”
เฟิ่งจิ่วแปลกใจนิดหน่อย ยิ้มกล่าวว่า “นึกไม่ถึงว่ากินลูกกลอนห้าธาตุไปยังเกิดฐานพลังวิญญาณธาตุน้ำเดี่ยวได้ ความเร็วในการฝึกบำเพ็ญของฐานพลังวิญญาณเดี่ยวเร็วกว่าฐานพลังวิญญาณคู่ ไม่เลวเลย เหมือนว่าข้างกายข้าจะมีฐานพลังวิญญาณธาตุน้ำหนึ่งคนเช่นเจ้า”
เธอเก็บกระดานพลังวิญญาณไป แล้วหยิบเคล็ดฝึกฝนเรียกพลังวิญญาณจากในห้วงมิติออกมาให้เขา “ผู้ฝึกวิชาเซียนกับนักรบพลังเร้นลับไม่ต่างกันมากนัก ขอแค่เจ้าเรียกพลังเข้าสู่ร่างได้ ก็ถือว่าเป็นผู้ฝึกพลังวิญญาณแล้ว เหนือกว่าผู้ฝึกพลังวิญญาณคือปรมาจารย์พลังวิญญาณ ตามด้วยยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณ ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังและระดับกำเนิดวิญญาณ การทำให้พื้นฐานมั่นคงไปทีละขั้นนั้นสำคัญมาก”
“ขอรับ ข้าจะจำไว้” เขารับมาอย่างตื่นเต้น ความรู้สึกที่ยากจะบรรยายเอ่อล้นไปทั้งห้องหัวใจ อยากรีบกลับไปฝึกบำเพ็ญในเรือนแทบทนไม่ไหวแล้ว
“ไปเถอะ! ตั้งใจฝึกบำเพ็ญ ไม่เข