หียนอยากอาเจียนรางๆ
หากนางไม่ตะโกนอยู่ด้านนอก ไหนเลยเขาจะตื่นจนลื่นล้ม? ยังมีหน้ามาว่าเขาที่นี่ นึกไม่ถึงว่าจะตีก้นเขาอีก ผู้หญิงคนนี้! ทำให้เขาเกิดความคิดชั่ววูบอยากจะบีบคอนางให้ตายจริงๆ
“ยังจะจ้องอีก กล้าจ้องข้าหรือ เจ้าลองจ้องอีกสิ!” เฟิ่งจิ่วดึงๆ แขนเสื้อ ดวงตาที่มีแววขู่จ้องมองเขา ความหมายชัดเจนมากว่า ‘จ้องอีกสิ จ้องอีกข้าก็ตีอีก!’
ได้ยินคำพูดนี้แล้วมองท่าทางของนางอีกที เขาโกรธจนหัวเราะ แต่ไม่ได้ถลึงมองนางอีก ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่สวมเสื้อผ้าเลย! ร่างเล็กล่อนจ้อนเช่นนี้เถียงนางไปเช่นไรก็เสียเปรียบ
ขณะมองเขาที่ห่อตัวด้วยผ้าห่ม เฟิ่งจิ่วสงบใจลง ถึงจะระงับโทสะในใจและความตกใจที่ผุดขึ้นมากะทันหันได้ บอกเขาว่า “สวมเสื้อผ้าเองเถอะ ข้าจะรอไปเจ้าข้างนอก!” กล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกไป
เห็นนางออกไปแล้ว เด็กน้อยบนเตียงถึงค่อยถอนหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกแต่ว่าเขาที่สูญเสียวรยุทธ์ร่างกายหดเล็กลง เถียงนางไปมักจะลำบาก หากเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อนนางจะกล้าจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของเขาเช่นนี้หรือ?
เอาเถอะ! ตอนนี้ร่างเล็กๆ นี่ก็ไม่มีอะไรน่ามองจริงๆ เพราะไม่มีอะไรน่ามอง ถึงไม่มีแม้แต่ความมั่นใจที่จะเปิดเผยให้เห็น ช่างน่าอายนัก ไม่อาจพบหน้าใครได้จริงๆ
หลังใจเย็นลงและสงบสติอารมณ์ได้ เขาหยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งมาสวม จัดการอะไรเรียบร้อยถึงจะเดินออกไป
เฟิ่งจิ่วที่นั่งรอในลานบ้านจ้องมองเด็กน้อยใบหน้าหยิ่งยโสบึ้งตึงที่เด