ั้นอะไรบางอย่าง
เหลิ่งซวงที่อยู่ข้างๆ เห็นเช่นนี้ก็มองเขาอย่างเป็นห่วงอยู่บ้าง แต่กลับไม่พูดอะไรเหมือนกัน เพราะรู้ว่านายท่านจะไม่ทำร้ายน้องชายนาง
“อึก อ๊าก!”
ในที่สุดก็อดกลั้นความเจ็บรุนแรงราวกับถูกฉีกทึ้งในร่างกายไม่ได้ เขาผลุงขึ้นมาจากเก้าอี้ แล้วกลิ้งไปมาบนพื้น เสียงร้องเจ็บปวดแต่ละเสียงลอยออกจากปากเขา เหลิ่งซวงมองแล้วปวดใจเป็นที่สุด อยากจะเข้าไปหาก็กลับโดนเฟิ่งจิ่วขวางไว้
“กินขมในขม ถึงจะเป็นคนเหนือคน”
เฟิ่งจิ่วมองเหลิ่งหวาบนพื้น สังเกตปฏิกิริยาของเขา เห็นเขาร้องลั่นอยู่บนพื้น เสื้อคลุมบนร่างเปียกเหงื่อ เมื่อผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยามและผ่อนคลายลงบ้างแล้ว ความเจ็บรุนแรงก็ทำให้เขาหมดสติไป ยามนี้บนร่างเขามีของเหลวสีดำไหลออกมา ส่งกลิ่นเหม็นเล็กน้อย
“ส่งเขากลับเรือนไป สั่งคนอาบน้ำให้เขาเสียหน่อย ตื่นแล้วค่อยพาเข้ามาพบข้า” เฟิ่งจิ่วให้สัญญาณ
“เจ้าค่ะ”
เหลิ่งซวงขานรับ มองน้องชายที่นอนนิ่งบนพื้นพลางเร่งฝีเท้าเข้าไปประคองเขาทันที โดยไม่สนใจว่ากลิ่นเหม็นพวกนั้นบนร่างเขาจะติดตัวเอง
เห็นเหลิ่งซวงประคองเขาออกไปแล้ว เฟิ่งจิ่วลูบๆ คาง แล้วมองสภาพที่ยุ่งเหยิงของตัวเอง ก่อนจะกลับเรือนไปสั่งคนให้เตรียมอ่างอาบน้ำ
หนึ่งชั่วยามต่อมา หลังอาบน้ำเสร็จเธอยังสั่งห้องครัวผัดอาหารสองสามอย่างมาให้กิน ขณะที่กินอิ่มประมาณหนึ่ง ก็เห็นเหลิ่งซวงพาเหลิ่งหวาที่ตื่นขึ้นและเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินเข้ามา
“นายท่าน” ทั้