งสองขานเรียก
เธอมองๆ เขา พินิจมองจากบนลงล่าง ถึงค่อยเอ่ยว่า “บอกข้าหน่อย ความรู้สึกหลังกินยาอายุวัฒนะไปเป็นอย่างไร?”
“ขอรับ”
เหลิ่งหวาขานรับ บอกว่า “ตอนแรกในท้องจะร้อนๆ จากนั้นความร้อนนี้ก็แผ่ออกไปอย่างช้าๆ ราวกับไฟ กระจายไปในเส้นลมปราณเอ็นทุกเส้นของร่างกาย เส้นลมปราณเอ็นนั้นราวกับถูกกระแสลมที่มีเปลวไฟฉีกทึ้งและหลอมรวมกันใหม่ เจ็บเสียจนข้าร้องไม่ออก พอถึงช่วงท้ายข้าสลบไปก็ไม่รู้เรื่องแล้ว แต่หลังจากตื่นมาความรู้สึกทั้งร่างแปลกมาก เหมือนผ่านการชะล้างด้วยน้ำสะอาด สบายตัวมากขอรับ”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า หยิบกระดานพลังวิญญาณสำหรับทดสอบฐานพลังวิญญาณออกมาจากในห้วงมิติ ก่อนจะพูดเปรย “มา ข้าจะช่วยเจ้าทดสอบ”
สองพี่น้องได้ยินคำพูดนี้ต่างอึ้งไป มองนางอย่างมึนงง
“นายท่าน ข้าไม่มีฐานพลังวิญญาณไม่ใช่หรือขอรับ ก่อนหน้านี้เคยทดสอบแล้ว” เหลิ่งหวาเอ่ยขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เคยทดสอบ รู้ว่าฝึกบำเพ็ญไม่ได้ นายท่านถึงสอนไทเก๊กให้เขาไว้เสริมสร้างร่างกายรวมถึงป้องกันตัว
“ก่อนหน้านี้เจ้ากินลูกกลอนห้าธาตุของข้าไป เส้นเอ็นจะก่อร่างใหม่และชะล้างร่างกาย ยามนี้จึงฝึกวิชาเซียนได้แล้ว แต่ข้าต้องช่วยเจ้าทดสอบเสียหน่อย ว่าฐานพลังวิญญาณโดยกำเนิดของเจ้าเป็นธาตุอะไร”
………………………………………………….
[1] ดอกท้อเน่า เปรียบเปรยถึงคนไม่ดีหรือคนไม่น่าไว้ใจที่มาตามติดเกี้ยวพาราสี