น?”
เสียงของเฟิ่งจิ่วดังมาในเวลานี้เอง เป็นดั่งเสียงจากสวรรค์ ทำให้หัวใจที่หวาดหวั่นของเฟิ่งเซียวผ่อนคลายลงหลายส่วนโดยพลัน ครั้นหันไปมองก็เห็นลูกสาวที่นั่งบนขนนกเคลือบหลากสีกระโดดลงจากกลางอากาศมายังเบื้องหน้าเขา
“เสี่ยวจิ่ว ย่าเจ้าหกล้มคลอดบุตรยาก หมอตำแยบอกว่าเด็กไม่กลับหัว หนำซ้ำสายสะดือจะพันคอ ยามนี้นางจวนจะหมดสติแล้ว กลับยังไม่เห็นหัวเด็กเลย เกรงว่าท่าจะไม่ดี” เสียงของเฟิ่งเซียวเคร่งเครียด รู้สึกแต่ว่าใจวิตกกังวล
ตอนกลับมาเดาว่านางคงมีปัญหา ไม่นึกว่าเฟิ่งจิ่วจะเดาถูก ถามทันทีว่า “ท่านปู่ล่ะเจ้าคะ?”
“อยู่ด้านใน หมอตำแยบอกว่ารักษาได้แค่คนเดียว ปู่เจ้าต้องการรักษาแม่เด็ก แต่ย่าเจ้าจะรักษาเด็กไว้”
“ข้าจะเข้าไปดูเสียหน่อย” เฟิ่งจิ่วกล่าวจบก็เดินไปข้างใน
เฟิ่งเซียวจะเรียกนางไว้ ถึงอย่างไรนางก็เป็นผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน เกรงว่าเข้าไปจะไม่เหมาะ ทว่าคิดๆ แล้วกลับไม่ได้เรียกนางไว้ แต่รออยู่ด้านนอก
เสี่ยวจิ่วมีทักษะการแพทย์ ไม่แน่ว่าอาจจะมีทางแก้ไข
เมื่อเฟิ่งจิ่วมาถึงด้านใน คิ้วก็ขมวดขึ้นมา กลิ่นคาวเลือดข้างในนี้แรงยิ่งกว่าด้านนอก นี่ต้องเสียเลือดไปเท่าไรแล้ว?
ครั้นมายังห้องนอนด้านใน ก็เห็นท่านปู่กำลังกุมมือท่านย่าพลางเอ่ยคำพูดให้กำลังใจ เธอก้าวเข้าไปขานเรียก “ท่านปู่ ข้าขอดูหน่อยเจ้าค่ะ”
เพื่อไม่ให้เสียเวลา เฟิ่งจิ่วจับชีพจรให้นางก่อน แล้วคลำตรวจตรงท้องของนาง
“แม่หนูเฟิ่ง เจ้าต้องช่วยย่