ดิมทีนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่กลับทำให้เกิดปัญหายุ่งเหยิงตามมา”
“ใครทำเป็นก็มอบหมายงานให้คนคนนั้น เช่นนี้งานย่อมออกมาดี ตนเองก็เบาแรง ดีจะตายไป”
……
เย่อวี๋หรานสบโอกาสถอดบทเรียนให้พวกลูกชายกับลูกสะใภ้อีกรอบ
กานอี้เซียนที่เฝ้ามองเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบอยู่ในศาลเจ้าอดที่จะทอดถอนใจไม่ได้
สมแล้วที่เป็นจูต้าเหนียง มองพิรุธของคนบางคนออกได้ในทันที!
ตอนแรกที่เขาเห็นว่าหญิงปากสว่างทำอะไรลงไปก็ยังอดรู้สึกอึ้งไม่ได้
ต้นกล้าเอาลงดินไปแล้ว ยังต้องไปดึงมันขึ้นมาอีกหรือ?
ดึงครั้งเดียวยังพอว่า แต่ยังมีครั้งที่สอง ครั้งที่สามตามมา…
ดึงจนรากของต้นกล้าขาด
ได้ยินเสียงต้นกล้าเหล่านั้นร้องไห้ กานอี้เซียนก็เงียบงันไป
ผู้หญิงคนนี้ทำนาเป็นหรือไม่เป็นกันแน่?
ถ้าบอกว่าทำไม่เป็น อีกฝ่ายก็เป็นหญิงชนบท สามียังเป็นชาวนาอีกต่างหาก
แต่ถ้าบอกว่าทำเป็น นางจะดึงต้นกล้าไปทำไม?
ในที่สุดวันนี้ก็ได้ทราบคำตอบ
เขาได้รู้เป็นครั้งแรกก็คราวนี้เองว่าบนโลกมีคนแบบนี้ด้วย…คนที่คิดว่าการดึงต้นกล้าสามารถทำให้พืชผลเติบโตได้ดี
แม้แต่เขาที่เป็นเทพเซียนยังรู้เลยว่านี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่มนุษย์คนนี้กลับ…
เฮอะเฮอะ!
พลันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้แย่ขนาดนั้น
เมื่อเทียบกับคนอื่นในหมู่บ้าน เดิมทีนั้นนากล้าของบ้านหญิงปากสว่างจัดอยู่อันดับกลาง ๆ แต่เมื่อนางไปทำพิเรนทร์เช่นนั้น ส่งผลให้แปลงนาของครอบครัวนางรั้งท้ายคนอื่น
หลายวันมานี้แทบไม่ม