ินเช่นนี้สีหน้าก็ผ่อนคลายลง “น้องชาย? ไม่ใช่ลูกชายก็ดีแล้ว หากเขาแอบไปแต่งงานข้างนอกโดยปิดบังพวกเรา อย่าคิดเชียวว่าข้าจะยกหลานสาวให้เขา”
“ท่านปู่วางใจได้ ไม่หรอกขอรับ” น้ำเสียงไม่ประสาเอ่ยรับประกัน ทุกคนฟังแล้วในใจมีความคิดต่างกันไป สายตามองร่างเขาอย่างอดไม่ได้
กลับเห็นว่าร่างเล็กยืนตัวตรง สีหน้าท่าทางจริงจัง ภายใต้การเสริมของชุดคลุมสีดำที่เรียบง่ายแต่ไม่ขาดความหรูหรา ทั้งตัวเขาทำให้คนหาข้อตำหนิไม่เจอแม้แต่น้อย สง่างามสูงส่งจนน่าชื่นชม
“มาๆ ท่านปู่อุ้มเจ้าเอง”
ผู้เฒ่าเฟิ่งโน้มกายลง ยื่นแขนจะอุ้มเขา ใครจะรู้ว่าเด็กน้อยกลับถอยไปด้านหลังและส่ายหน้า เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ข้าไม่ต้องให้คนอุ้มขอรับ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ นอกจากท่านผู้เฒ่าแล้ว คนอื่นๆ ต่างมีสีหน้าตะลึงเล็กน้อย จากนั้นค่อยหลุดหัวเราะออกมา
หมายถึงไม่ต้องให้คนอื่นอุ้ม ไม่ใช่ไม่ต้องให้คนอุ้มกระมัง?
พวกเขาเดินไปพลางพูดคุยกัน มุ่งไปยังตำหนักของท่านผู้เฒ่า ครั้นมาถึงในตำหนัก ในที่สุดก็เห็นซู่ซีที่ท้องโตและใบหน้ามีรัศมีความเป็นแม่
“ท่านย่า”
เฟิ่งจิ่วเข้าไปคารวะอย่างยิ้มแย้ม สายตาที่มีรอยยิ้มหยุดลงบนท้องของนาง “ท่านย่าใกล้จะคลอดแล้วกระมัง?”
“แม่หนูเฟิ่งกลับมาแล้ว!” ซู่ซียิ้มพลางจูงมือเธอมานั่ง ยิ้มเอ่ยว่า “ข้ามปีใหม่ก็น่าจะคลอดแล้ว”
“เช่นนั้นข้าจะอยู่ต่อรอจนท่านย่าคลอดท่านอาตัวน้อยแล้วค่อยไปเจ้าค่ะ” เธอยิ้มบอก
“ถ้าเจ้าไม่รีบกลับส