ว์ร้ายด้วย เลี้ยงไว้ในป่าด้านหลังเรา เขาฝึกสัตว์วิญญาณกับสัตว์ร้ายพวกนั้นทั้งหมดจนเชื่องได้แล้ว”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ก็พยักหน้า ยิ้มเอ่ยว่า “ไปเถอะ! อย่างไรเสียตอนนี้ก็ว่างๆ ข้าจะไปดูหน่อยว่าเจ้าคุมสัตว์อย่างไร” เธอให้สัญญาณพลางลุกขึ้น สนใจใคร่รู้เรื่องคุมสัตว์อสูรอยู่บ้างจริงๆ
ถึงอย่างไรเธอก็รู้ว่านักฝึกสัตว์ส่วนใหญ่หรือนักคุมสัตว์อสูรต้องเป็นพวกตระกูลที่เก่าแก่จริงๆ ถึงจะมีคาถาคุมสัตว์ และข้อนี้ยังเป็นเหตุผลที่ตอนแรกเธอรู้จากไป๋เสี่ยวว่าเขามาจากตระกูลนักคุมสัตว์ จึงคิดจะรับเขาไว้
“ได้ขอรับ” ไป๋เสี่ยวพยักหน้าด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนจะไปยังป่าด้านหลังพร้อมกับเธอ
คนอื่นๆ เห็นเช่นนั้นก็ตามไปด้วยกัน
………………………………………………….
ตอนที่ 836 สำนักคุมสัตว์
บริเวณป่าที่ภูเขาด้านหลัง พวกเฟิ่งจิ่วยังไม่ทันเข้าใกล้ เพียงเห็นไป๋เสี่ยวเดินเข้าไปด้านในและหยุดฝีเท้าลงตรงประมาณสามสิบจั้ง จากนั้นหยิบอะไรออกมาไม่รู้ ได้ยินแค่ว่ามีเสียงคล้ายเครื่องดนตรีลอยมา
เสียงนั้นลอยละล่องไปโดยมีไป๋เสี่ยวเป็นจุดศูนย์กลาง เมื่อเสียงกระจายออกไป ก็มีกระแสอากาศที่เห็นได้ด้วยตาเปล่ากระเพื่อมเบาๆ แผ่ออกไปทีละวงราวกับลายน้ำ…
พวกเขาฟังแล้วไม่รู้สึกอะไร แต่กลืนเมฆาที่นอนอยู่บนพื้นหญ้าข้างๆ กลับยืดตัวตรงขึ้นมาหลังได้ยินเสียงนั้น แล้วมองไปทางไป๋เสี่ยว
เฟิ่งจิ่วสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆ ของอสูรกลืนเมฆา แววตาสั่นไหวเล็กน้อย สายตาห