ล้ว หนำซ้ำเพลงคุมสัตว์ยังเป่าไม่ได้ ดังนั้นตอนนี้คนในตระกูลล้วนฝึกสัตว์อสูรเป็น แต่คุมสัตว์อสูรจะมีแค่ข้ากับท่านปู่”
เอ่ยถึงตรงนี้เขานึกดีใจอยู่บ้าง หากคุณชายไม่กดดันเขา ไม่รู้ว่าตนเองจะฝึกฝนวิชาคุมสัตว์ได้ถึงชั้นที่สี่หรือไม่ แต่นี่ก็ต้องยกความชอบให้ยาน้ำที่คุณชายมอบให้ด้วย
เขากำลังคิดว่าหากนำยานั้นมาให้ท่านปู่ได้ วิชาคุมสัตว์ของท่านปู่อาจจะพัฒนาขึ้นได้อีก แต่ก็รู้เช่นกันว่าถ้าไม่ใช่คนของตัวเองคุณชายจะไม่หยิบยาออกมาให้ และยาทุกขวดอยู่ด้านนอกล้วนเป็นของล้ำค่าที่ต้องแย่งชิง
“คุมสัตว์ต้องใช้เสียงควบคุมหรือ?” เฟิ่งจิ่วแปลกใจอยู่บ้าง มองไปยังมือของเขา “นั่นเครื่องดนตรีอะไร?”
ทว่ารอบนี้ไป๋เสี่ยวยังไม่ทันปริปาก ก็ได้ยินยมราชน้อยที่ยืนข้างกายเฟิ่งจิ่วเอ่ยขึ้น
“การคุมสัตว์ต้องใช้เสียงควบคุม แต่คนที่ฝึกฝนสำเร็จอย่างแท้จริงใช้แค่เสียงก็คุมสัตว์อสูรได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างเขาคงเป็นขั้นต่ำที่สุดในวิชาคุมสัตว์ ถึงต้องใช้เครื่องดนตรีมาควบคุม”
เฟิ่งจิ่วได้ยินก็มองเขาอย่างแปลกใจ “เจ้ารู้หรือ” จากนั้นค่อยคิดดูแล้วพยักหน้า “ก็ใช่ ในแปดจักรวรรดิใหญ่ไม่มีอะไรบ้าง? คงมีตระกูลนักคุมสัตว์ด้วยกระมัง?”
ยมราชน้อยเงยหน้ามองเธอเล็กน้อย บอกว่า “ในแปดจักรวรรดิใหญ่มีสำนักคุมสัตว์”
………………………………………………….