่างชั้นสอง
“นายท่าน”
ทั้งสองคนคารวะแล้ว สายตาถึงหยุดลงบนร่างยมราชน้อยในชุดคลุมตัวเล็กสีดำและใบหน้างามละเอียดละออนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ มองด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ไปบ้าง เพราะสองคนต่างไม่นึกว่าเฟิ่งจิ่วจะพาเด็กน้อยคนหนึ่งมาด้วยกัน
หนำซ้ำ เด็กคนนี้มาจากไหน?
“ครั้งนี้ออกมาแวะดูสถานที่ที่พวกเจ้าเลือกเสียหน่อย ไปเถอะ! นำหน้าไปเลย” เธอกล่าวพลางจูงมือยมราชน้อยลงไปชั้นล่าง บอกกับไป๋เสี่ยวอีกว่า “เหล่าไป๋อยู่ในคอกม้าด้านหลัง เจ้าไปจูงเขาออกมาด้วย”
ไป๋เสี่ยวได้ยินก็เริงร่าทันใด “ขอรับ ข้าจะไปดูเอง”
เพราะกังวลว่าจะโดนนางถีบออกไปจริงๆ หลายเดือนมานี้เขาจึงฝึกคุมสัตว์อสูรอย่างหนักมาตลอด ความพยายามอยู่ไหนความสำเร็จอยู่นั่น หมั่นฝึกฝนไปสองสามเดือน เขาก็ฝึกคาถาคุมสัตว์อสูรของตระกูลได้ถึงชั้นที่สี่ ยามนี้ก็สามารถควบคุมสัตว์อสูรต่ำกว่าระดับเก้าลงไปได้แล้ว
ตู้ฝานพาเฟิ่งจิ่วนำไปก่อน ส่วนไป๋เสี่ยวไปด้านหลังจูงเหล่าไป๋ออกมา ไม่ได้เจอเพื่อนยากตั้งนาน เพียงพบหน้าเขาก็ดีใจเป็นที่สุด
“เหล่าไป๋ ข้าได้ยินว่าเจ้าพูดได้แล้วหรือ ไม่ได้เจอกันนานเพียงนี้ เจ้าอ้วนกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ! แต่ว่าเรื่องเจ้าข้าได้ยินคุณชายบอกแล้ว ทำได้ไม่เลวเลย” เขาตบๆ หัวมัน แล้วพาออกมาในขณะที่มันส่ายหัวสะบัดหางอย่างตื่นเต้น
“พวกเราจะกลับไปบนภูเขา นายท่านบอกว่าหากยังไม่ถึงที่ก็แก้เชือกตรงปากนี้ไม่ได้ เพื่อไม่ให้เจ้าปริปากสร้างปัญหา” เขาเอ่ย