กลัวว่านายท่านจะพามันกลับไปทิ้งไว้จริงๆ ด้วยเหตุนี้จึงถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วหมอบลงบนพื้นทันที
ทว่าเฟิ่งจิ่วลูบๆ คาง เหมือนเพิ่งคิดอะไรได้ เอ่ยขึ้นว่า “มิเช่นนั้น เจ้าก็ตามไปด้วยกันเถอะ! ถึงตอนนั้นจะส่งเจ้าไปหาเสี่ยวไป๋ ครั้งก่อนได้ยินว่าเหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวาก็ตามมาด้วย จะไปดูสักหน่อยพอดี”
“จริงหรือ? ข้าไปๆ” มันลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้นดีใจ จากนั้นเข้ามาโน้มตัวลงเบื้องหน้าเฟิ่งจิ่วกับยมราชน้อย “ขึ้นมาๆ ข้าจะพาพวกท่านไปเร็วหน่อย”
“เส้นทางในนี้เลี้ยวลดคดเคี้ยว เจ้ากับกลืนเมฆาไปรอตรงประตูสำนักก่อน ข้าจะพาเด็กน้อยนี่นั่งขนนกไป”
“ขอรับ” สองสัตว์อสูรขานรับ
หลังเห็นสองสัตว์อสูรออกไปแล้ว เธอถึงจะมองเด็กน้อยข้างกายที่ตลอดมายังไม่พูดอะไร ถามไปว่า “เจ้าเงียบเช่นนี้ตลอดหรือ ได้ยินว่าจะพาเจ้าออกไปเที่ยวเล่นไม่ดีใจหรือไร?”
ยมราชน้อยมุมปากกระตุก แล้วหันหน้าไปทางอื่น
“เอาเถอะ!” เฟิ่งจิ่วส่ายหน้าอย่างจนใจ โยนขนนกบินออกไปก่อนจะพาเขาขึ้นนั่ง และมุ่งหน้าไปยังประตูสำนัก
เมื่อมาถึงประตูสำนัก เธอลงมาจากบนขนนกบิน ขณะกำลังจะพายมราชน้อยกระโดดขึ้นหลังเหล่าไป๋ ก็เห็นร่างหนึ่งเดินออกมา เดิมทีเธอไม่อยากสนใจ ใครจะรู้ว่าหลังจากเธอกับเด็กน้อยขึ้นม้า เขากลับเข้ามาขวางด้านหน้าม้าไว้
“เจ้าจะกลับบ้านรึ? หรือว่าไปไหน?”
………………………………………………….