่ได้หรอก เปลี่ยนเป็นคนแก่ก็เรื่องหนึ่ง แต่จะกลายเป็นเด็กน้อยไปได้อย่างไร?” เฟิ่งจิ่วงึมงำ เก็บกดความรู้สึกประหลาดในใจไว้ สะบัดความคิดแปลกๆ นั้นไป ก่อนจะพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วสวมเสื้อผ้าไปล้างหน้าบ้วนปากที่ห้องแยกอย่างรวดเร็ว
เด็กชายเห็นเฟิ่งจิ่วลุกจากเตียง มือหนึ่งก็เท้าศีรษะนอนตะแคงอยู่บนเตียงเช่นนั้น ทั้งร่างดูเกียจคร้าน แผ่กระจายกลิ่นอายที่ไม่ใช่ของเด็กน้อยออกมา ดวงตาดำสนิทในยามนี้ฉายแววยิ้ม เพียงแต่เฟิ่งจิ่วไม่เห็น
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม สองคนต่างล้างหน้าบ้วนปากกันเรียบร้อย เฟิ่งจิ่วไปบอกลาพวกเจ้าสำนักที่ยอดเขาหลักก่อน ถึงจะกลับอาศรมไปบอกสองสัตว์อสูรว่า “เหล่าไป๋อยู่เฝ้าอาศรมกับเสี่ยวเฮย กลืนเมฆากลับไปด้วยกัน”
“นายท่าน ทำไมอสูรกลืนเมฆาถึงได้ตามท่านออกไป? ข้าก็อยากออกไปด้วยนะขอรับ” เหล่าไป๋กระทืบกีบม้า พร้อมพ่นลมหายใจด้วยท่าทางไม่พอใจ
“จะทำไมเสียอีก ตัวเจ้าเองยังหุบปากไม่ได้ ข้าจะให้เจ้าตามไปได้หรือ?” เฟิ่งจิ่วชายตามองมัน “ยิ่งไปกว่านั้น ข้าคิดจะให้กลืนเมฆาช่วยดูยมราชน้อย ยกให้เจ้าข้าไม่ค่อยวางใจนัก”
“นายท่าน…” มันยังอยากพูดอะไรอีก ก็ถูกเฟิ่งจิ่วโบกมือตัดบท
“เอาละ พวกเรากลับไปแค่ไม่กี่เดือน ถึงเวลานั้นยังต้องกลับมาอีก ไม่อย่างนั้นหากเจ้าอยากตามกลับไปก็ย่อมได้ ตอนนั้นอยู่ในบ้านไปแล้วกัน”
“เช่นนั้นข้าจะรอพวกนายท่านกลับมาอยู่ที่นี่แล้วกัน! ข้าไม่อยากกลับราชวงศ์เฟิ่งหวง” มันกล่าว