าม ข้าไม่บอกเจ้าหรอก” เขาแค่นเสียงหยัน แล้วสาวขาเล็กสั้นเดินไปด้านหน้า
ยามมองเด็กน้อยเดินเอามือไพล่หลังไป เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วพลางยิ้มๆ และกลับไปอาศรมพร้อมกับเขา
เพราะกลั่นยาอายุวัฒนะออกมาแล้ว สำนักศึกษาก็ปิดเรียน ทั้งสำนักศึกษาหมอกดาราว่างโล่ง มีเพียงพวกอาจารย์กับเจ้าสำนักที่ยังอยู่ที่นี่ ด้วยเหตุนี้เธอจึงคิดจะกลับไปดูที่บ้านหรือออกไปเดินเล่นสักหน่อย
ดังนั้น หลังจากพาเด็กน้อยกลับถึงอาศรมถึงถามว่า “ข้าจะส่งเจ้ากลับไปบ้านข้าเป็นอย่างไร?” ใครจะรู้ ครั้นเอ่ยคำพูดนี้ออกไปก็แลกกลับมาเป็นหน้านิ่วคิ้วขมวดจากเด็กน้อยพร้อมด้วยเสียงตะโกนกราดอย่างหงุดหงิด
“เจ้ากล้ารึ!”
เขาถลึงมองเธอ ใบหน้าเล็กถมึงทึง ชัดเจนว่าเป็นการตะโกนด้วยสีหน้าโกรธเคือง แต่เสียงเด็กไร้เดียงสาที่ปากเล็กๆ เอ่ยออกมากลับทำลายความรู้สึกโมโหนั้นเสียดื้อๆ ฟังแล้วช่างใสไม่อันตรายเลยสักนิด
“เจ้ากล้าทิ้งข้าไว้บ้านเจ้า ข้าก็กล้าแอบหนีออกมา ถึงตอนนั้นเจ้าหาข้าไม่เจอหรือเกิดเหตุอะไรไม่คาดฝันขึ้น ดูซิว่าเจ้าจะจัดการอย่างไร”
“แต่ข้าว่าจะไปเดินเล่นรอบๆ พาเด็กตัวเล็กเช่นเจ้าไปด้วยก็ยุ่งยากนัก” เธอขมวดคิ้วเอ่ย ในใจกลับแปลกใจกับปฏิกิริยาที่เกินเหตุไปมาก
“ข้าติดตามแค่เจ้า จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!” เขาแสดงจุดยืนอีกครั้ง พร้อมถลึงตาดำขลับจับจ้องเธอ
เห็นดวงตาคู่นั้นถลึงมองมา เฟิ่งจิ่วลูบๆ จมูก น่าแปลก เธอคล้ายเห็นภาพลวงตา รู้สึกเหมือนเซวียนหยวนโม่เจ๋อก