าโอกาสจะประลองกับเฟิ่งจิ่ว
ด้วยเหตุนี้เมื่อคนอื่นๆ ออกไปกันหมด โอวหยางซิวจึงยังอยู่ในสำนักศึกษา รอเฟิ่งจิ่วกลั่นยาเสร็จออกมาจะหาโอกาสลองเชิงสักหน่อย ด้วยความคิดตั้งมั่นในใจว่าอยากต่อสู้ด้วย
วันนี้ โม่เฉินในชุดขาวมานั่งตรงโต๊ะหินใต้ต้นไม้นอกอาศรมของเฟิ่งจิ่ว ดวงตาลึกล้ำไม่เห็นก้นบึ้งมองอาศรมที่มีเสียงเคลื่อนไหวแว่วมาเลือนราง สีหน้าอารมณ์หวั่นไหวเล็กน้อย ไม่รู้กำลังคิดอะไร นั่งอยู่เงียบๆ ความคิดเหมือนลอยไปไกลแล้ว
สามสัตว์อสูรข้างๆ ไม่ได้นั่งอยู่ สายตาแต่ละตัวจับจ้องบนร่างเขา หยุดอยู่พักหนึ่งก็เคลื่อนจากไป อย่างไรพวกมันก็รู้จักเขา
ในเวลาเกือบหนึ่งเดือนต่อมา เฟิ่งจิ่วอยู่ภายในอาศรม ไม่เดินออกมาแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนโม่เฉินคนนั้นจะมานั่งที่นี่ทุกวัน มองพลางเฝ้ารอคอย…
จนกระทั่งวันนี้ สายฟ้าสามสายผ่าลงมาจากท้องฟ้าอีกครั้ง รอจนสายฟ้าหายไป สุดท้ายในอาศรมก็มีเสียงหัวเราะร่าลอยมา ยามได้ยินเสียงหัวเราะนั้น มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ เผยรอยยิ้มบางๆ ที่แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้สึก
“สำเร็จแล้วๆ ในที่สุดก็สำเร็จ! ฮ่าๆๆๆ…”
ภายในอาศรม เฟิ่งจิ่วถือยาอายุวัฒนะสองเม็ดในมือ นี่คือยาคงรูปลักษณ์ที่เป็นธาตุหยาง แรกเริ่มตอนปู่ของเธอแต่งงานก็คิดจะกลั่นให้เขา แต่ไม่นึกว่าตอนนี้ถึงเพิ่งจะกลั่นออกมาได้
หลังจากความตื่นเต้นดีใจผ่านไป เธอก็เก็บยาอายุวัฒนะ เห็นร่างกายตัวเองเลอะเทอะจึงล้างให้สะอาดเสียก่อน เปลี่ย