นจะสูงมาก?” เธอลูบๆ คาง ถามว่า “พวกเจ้าว่ากำลังวรยุทธ์ของเขาสูงกว่าท่านอาหรือไม่?”
“ไม่ขอรับ”
สองสัตว์อสูรกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน แทบจะตอบออกมาโดยไม่ต้องคิด
เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว “เพราะอะไร?”
“บารมีบนร่างเจ้าตำหนักยมราชรุนแรงเกินไป มองแวบเดียวเราก็ไม่กล้าเอ่ยแล้ว คนผู้นี้แม้ลึกล้ำไม่อาจคาดเดา แต่อำนาจบารมีและแรงกดดันไม่หนักหนาเท่าท่านยมราช แน่นอนว่าย่อมไม่เก่งกาจไปกว่ากัน”
“หึ!”
เธอได้ยินสองสัตว์อสูรเรียกเซวียนหยวนโม่เจ๋อว่ายมราช ก็หลุดหัวเราะอย่างอดไม่ไหว ยมราช? คล้ายมากจริงๆ นั่นแหละ
“เฮ้อ! พวกเรามาที่นี่หนึ่งปี พอนับดูก็ไม่ได้เจอเขามาหนึ่งปีแล้ว ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง?” เธอพึมพำเบาๆ สายตามองไปยังท้องฟ้าไกล ไม่ต้องพูดเลย จริงๆ ก็คิดถึงเขานิดหน่อยแล้ว!
สิบปี เวลาสิบปี เหอะๆๆ เธอคงไม่รอถึงสิบปีค่อยไปหาเขาหรอก รอจัดการเรื่องทางนี้เรียบร้อยหมดแล้ว เธอจะไปดูที่แปดจักรวรรดิใหญ่เสียหน่อย ทว่าเทียบกับเรื่องนั้นแล้ว ตอนนี้ยังมีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการเสียก่อน
เธอวานให้คนตลาดมืดสอบถามข้อมูลของแม่ ผ่านมานานเพียงนี้คงมีวี่แววบ้างแล้วกระมัง?
อืม ไปถามที่ตลาดมืดก่อนสักหน่อย ค่อยอีกทีดูว่าต้องกลับบ้านหรือไม่
………………………………………………….