สองคนนั้นเดิมทีนิสัยแปลกๆ ไปบ้าง สองคนที่นิสัยแปลกนี้เพียงพบหน้าก็เข้ากันได้ดี
“โอ้? พูดเช่นนี้ พี่สาวให้ข้าเข้ามาเพราะรู้ว่ากระบี่คมพยับอยู่กับข้านี้หรือ?” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วชำเลืองมองเซี่ยงหวาข้างๆ นั้น ดูท่าทางเขาต้องหลุดปากบอกคนพวกนั้นแน่ มิเช่นนั้นพวกเขาจะรู้ได้อย่างไร?
“ถูกต้อง กระบี่คมพยับเดิมที่เป็นกระบี่เทวะในตำนาน เล่ากันว่าฟันผียังคล่องแคล่วนัก ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่?” นางเอ่ยถามอย่างสนใจนัก
“อืม จริงแน่นอน” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า ระหว่างพูดก็หยิบคมพยับมาวางบนโต๊ะ แล้วยื่นไปตรงหน้านาง “พี่สาวจะลองเสียหน่อยหรือไม่?”
เห็นภาพเช่นนี้ เซี่ยงหวากับตู้ฝานหวั่นใจขึ้นมาทันควัน แววตาหดลงเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่านางจะยื่นกระบี่คมพยับออกไปเช่นนี้? หรือว่าไม่กลัวผู้หญิงคนนั้นยึดเป็นของตนเอง?
วิญญาณผู้ฝึกตนข้างๆ นั้นเห็นเช่นนี้ ก็เหลือบมองไปทางเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาแปลกๆ
หวันเหยียนเชียนหวาที่เอนกายนั้นเห็นท่าทาง ก็เม้มริมฝีปากยิ้มอย่างอดไม่ได้ หยิบกระบี่คมพยับที่เก็บไว้ในปลอกกระบี่เจ็ดดารานั้นมา ดึงออกดูเล็กน้อย ประกายสีดำเปล่งออกมา
นางมองเฟิ่งจิ่วอย่างหยอกล้อ “เจ้าไม่กลัวข้าเก็บไปไม่คืนหรือ?”
………………………………………………….