ับ ยกคนที่ล้มบนพื้นคนนั้นขึ้นพุ่งไปยังภูเขา ทุกคนด้านหลังเห็นเช่นนี้ แต่ละคนขมวดคิ้วจ้องมองเฟิ่งจิ่วด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
เวลาประมาณหนึ่งก้านธูป ตู้ฝานถึงจะเดินออกมา ทว่ายามนี้ท่าทางเขาแปลกๆ ไปบางส่วน มายังเบื้องหน้าเฟิ่งจิ่ว ประสานมือบอกว่า “นายท่าน โยนคนเข้าไปแล้วขอรับ” จากนั้นค่อยยืนด้านหลังนางอย่างเป็นระเบียบ
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขา “พวกเจ้าจะเข้าไปก็ได้” กล่าวจบก็หมุนตัวเดินไป ส่วนตู้ฝานตามไปด้านหลัง
เซี่ยงหวาเห็นท่าทาง มองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า แล้วรีบร้อนตามเฟิ่งจิ่วออกไป
ยี่สิบคนนั้นเห็นเช่นนี้ แต่ละคนหน้าดำคร่ำเครียด “แค่เด็กคนหนึ่ง จะบ้าเกินไปแล้ว”
“คนเช่นนี้หรือจะให้เราติดตามเขา? ไร้สาระจริงๆ”
“พวกเราไปเถอะ!”
พวกเขาเอ่ยขึ้น แต่ละคนหมุนตัวมุ่งไปบนภูเขา สำหรับหนุ่มน้อยคนนี้ที่รู้จักกันครั้งแรก เดิมไม่ได้คิดจะติดตามไปด้วยชีวิต ยามนี้ยิ่งคิดว่าเขาไม่คู่ควรให้พวกเขาติดตาม
เมื่อท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง ท่ามกลางป่าไม้พุ่มหญ้ามีเสียงร้องแมลงแว่วมารางๆ เมื่อยี่สิบคนนั้นมาถึงบนภูเขาและเดินไปด้านในตามทาง ลมกลางคืนพัดมา ทำให้พวกเขาแต่ละคนขนลุกไปทั้งตัว
“บนภูเขานี้ทำไมถึงหนาวกว่าตีนภูเขา?”
“อืม ข้าก็รู้สึกเช่นกัน ลมพัดมาเย็นๆ แปลกๆ นิดหน่อย”
“อาเฉียงถูกโยนเข้ามาไม่ใช่หรือ? ทำไมไม่เห็นใครเลย?”
“ไม่สิ ข้างในนี้ทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงคนพวกนั้นเลย? คนตั้งร้อยกว่าเข้ามาไม่น่าจะเงียบเชียบไม่มีเสียง