วว่ากลุ่มอำนาจฝ่ายร้ายหนึ่งในนั้นเพ่งเล็งภูเขาร้อยปี แต่ภูเขาร้อยปีนั้นมีตระกูลเล็กๆ อยู่ ตระกูลนั้นตั้งหลักปักฐานที่นั่นกันมาหลายรุ่น แต่ดูท่าทางพวกเขาจะวางแผนฆ่าล้างตระกูล คนวังกำเนิดสวรรค์สู้ขึ้นมายังโหดเหี้ยมกว่าตำหนักยมราชเรายิ่งนัก”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าเฟิ่งจิ่วคร่ำเครียดเล็กน้อย ถามว่า “แล้วอีกฝ่ายหนึ่งเล่า? จะปล่อยให้คนฝ่ายนั้นทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าหรือ?”
“คนฝ่ายนั้นมีค่อนข้างน้อย เล่ากันว่าเป็นคนที่เมื่อก่อนติดตามผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้าย เซี่ยงหวา เดิมทีมีห้าถึงหกสินคน ทว่าผู้นำฝ่ายร้ายนั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ หาโอกาสฆ่าคนฝ่ายนั้นมาตลอด ยามนี้จึงเหลือไม่ถึงยี่สิบกว่าคน”
“ข้าเดาว่า แม้พวกเขาอยากต่อต้านก็ไม่มีกำลังเช่นนั้น” เขากล่าวไป สิ้นเสียงก็เห็นสีหน้านางเคร่งเครียดเล็กน้อย ถามว่า “ท่านสนใจกลุ่มอำนาจนี้จริงๆ หรือ? พวกเราช่วยได้หรือไม่?”
“พวกเจ้าให้ข้อมูลที่มีไว้ในมือกับข้าเป็นพอ ที่เหลือข้าจัดการได้” เธอกล่าวเสียงเข้ม
เขายิ้มๆ “ได้ แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลืออย่าลืมข้าด้วย นายท่านสั่งไว้แล้ว หากมีอะไรที่ต้องการให้ข้าร่วมมืออย่างเต็มที่ ตำหนักยมราชจะส่งคนไปให้ท่าน”
เธอได้ยินเช่นนี้ แววตาสั่นไหวเล็กน้อย คิดๆ แล้วถามว่า “เจ้ามีข่าวเขาหรือไม่?”
เริ่นเสียงแขนหนึ่งเท้าคาง รู้แล้วยังถามด้วยใบหน้ามีรอยยิ้ม “ใครหรือ?”
เฟิ่งจิ่วกวาดตามองเขา “แน่นอนว่านายท่านเจ้า”
“นายท่านนั่นเอง!”