ราด พร้อมส่งเสียงด่าทอไปยังร่างตู้ฝานที่จากไปเสียงดัง
“เอาล่ะ จะโกรธอะไรนักหนา? อย่าบอกเชียวว่าวันนี้เปลี่ยนเป็นเจ้าจะไม่ไป? เรื่องนี้เป็นใครก็เหมือนกัน เรื่องพี่น้องจริงพี่ใหญ่ปลอมอะไรนี่ แค่แก้ขัดไปเท่านั้น หากไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในนี้ดีๆ หน่อย ใครจะไปรับเด็กอย่างเขาเป็นพี่ใหญ่?”
ทุกคนที่เคยโกรธเคืองได้ยินคำพูดนี้ก็ค่อยๆ ใจเย็นลง เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร แน่นอนว่าไม่มีอะไรน่าโมโหเลย พวกเขาล้วนเป็นคนชั่วร้ายป่าเถื่อน แล้วจะปฏิบัติกับใครสักคนอย่างจริงใจได้อย่างไร? สุดท้ายแค่หลอกใช้กันและกันเท่านั้นเอง
ส่วนอีกด้านหนึ่ง พวกเฟิ่งจิ่วเดินไปยังรอบนอก เวลาประมาณเที่ยงวัน เมื่อใกล้จะออกจากเขตอาคมแห่งนี้ เธอก็หยุดฝีเท้าลง และมองไปยังทั้งสาม
“ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว พวกเจ้าทุกคนต้องจำไว้”
ในน้ำเสียงเนิบนาบมีความเฉยชา ซ้ำยังเหมือนมีการเตือนอยู่ในนั้น “ข้าคนนี้ไม่ชอบที่สุดคือการทรยศ หากมีวันใดข้ารู้ว่าใครในหมู่พวกเจ้าหักหลังข้า เช่นนั้นจะไม่ใช่เรื่องที่แค่ตายไปก็แก้ไขได้”
ไป๋เสี่ยวได้ยินคำพูดนี้ เอ่ยทันทีว่า “คุณชายโปรดวางใจ ข้าจะไม่ทรยศแน่นอนขอรับ”
“ข้าก็เช่นกัน” เซี่ยงหวากล่าวเสียงเข้ม
ตู้ฝานมองยังเฟิ่งจิ่ว บอกว่า “ชีวิตข้านี้เป็นของนายท่าน ไม่มีนายท่านก็ไม่มีข้า แม้ทรยศใครก็จะไม่ทรยศนายท่านขอรับ”
กล่าวจบราวกับกังวลว่าเฟิ่งจิ่วจะไม่เชื่อ จึงชี้ฟ้าสาบานตน “หากผิดคำสาบานนี้ ขอให้ฟ้าดินลงโทษ!”
……