่งจิ่วปรุงยาอยู่ทางนั้น ส่วนไป๋เสี่ยวก็ต้มยาเรียบร้อยและเทออกมา
“ยาต้มเรียบร้อยแล้ว จะให้เขาดื่มหรือไม่?”
“ยกเข้ามาเลย ข้าจะเติมอะไรเสียหน่อย” เธอให้สัญญาณเขายกยาที่ต้มเสร็จเข้ามา
ไป๋เสี่ยวยกยาเดินเข้าไป เห็นเฟิ่งจิ่วไม่รู้หยิบผงยาอะไรผสมลงไปในนั้น แล้วยาที่เดิมทีสีดำสนิทก็เหมือนจะมีประกายสีเขียวเป็นจุดๆ ปรากฏ แปลกประหลาดยิ่งนัก
“เขาสลบไป เจ้ากรอกให้เขาไปทีละนิดๆ อย่าให้เสียของ” เธอยื่นชามให้เขา พร้อมทั้งกล่าวเตือน
“ได้ ข้ารู้แล้ว”
ไป๋เสี่ยวยกยาเข้าไป แล้วใช้ช้อนกรอกลงไปให้เขาทีละนิดจริงๆ ป้อนยาชามหนึ่งครึ่งชั่วยามถึงจะดื่มหมด หลังจากนั้นต่อมาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “เฟิ่งจิ่ว ทำไมไม่ให้เขาตื่นมาดื่มเอง?”
“ก่อนหน้านี้ให้เขาดื่มยา ร่างกายอยู่ในสภาวะหลับใหล ยาที่ดื่มลงไปตอนนี้จะตรงไปยังจุดตันเถียนเพื่อฟื้นฟูแก่นพลังโดยตรง มีเพียงยาเช่นนี้ถึงจะไม่ไหลหายไป และได้ผลฟื้นฟูอย่างดียิ่ง”
เขาได้ยินเช่นนี้ ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง เช่นนี้ถึงจะไม่ถามอะไรอีก
“ช่วยข้าจัดการยาทางนี้ด้วย เช่นนี้ บดไว้รอใช้”
“ได้” ไป๋เสี่ยวมาเป็นผู้ช่วยข้างๆ สองคนต่างคนต่างยุ่งอยู่กับงานของตนเอง เมื่อเวลาผ่านไป คนนอกเขตอาคมก็รอเสียจนหงุดหงิดแล้ว
“พี่ใหญ่ เราจะปล่อยพวกเขาไปเช่นนี้หรือ?” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยถาม
“พี่ใหญ่ ท่านจะตามพวกเขาไปหรือไม่?”
“พี่ใหญ่ หรือพวกเราจะเข้าไปฆ่า และกำจัดพวกเขาทั้งสามคน?”
ตู