งไร? ว่ามาเถอะ! มาหาพวกเรามีธุระอะไร?”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ก็ยิ้มๆ “คำพูดนี้กล่าวผิดแล้ว ชัดเจนว่าพวกเจ้ามาหาข้า ทำไมกลับกลายเป็นข้ามาหาพวกเจ้า?” ระหว่างพูดยังมองคนพวกนั้นที่นำทางมา
“พี่ใหญ่ หลังพวกเราพบเขาก็จับกลับมา หากพี่ใหญ่เห็นพวกเขาขัดตา เราจะไล่พวกเขาออกไปยังได้” ชายฉกรรจ์พวกนั้นกล่าว กังวลอยู่บ้างว่าพี่ใหญ่บนบ้านต้นไม้จะโกรธ ถึงอย่างไรจนตอนนี้ฝีมือเขายังทำให้คนใจสั่นสะท้าน
“เชิญเทพเข้ายังง่าย เชิญเทพออกยากกว่า ในเมื่อมาแล้ว เจ้าคิดว่าเขาจะออกไปง่ายๆ หรือ?” ชายหนุ่มคนนั้นชายตามองคนพวกนั้น แม้ใบหน้ามีรอยยิ้ม แต่ท่าทีนั้นกลับเผยกลิ่นอายกระหายเลือด
เฟิ่งจิ่วได้ยินก็ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ โดยทันที “พวกเจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่คิดจะมีเรื่องกับพวกเจ้า แต่อยากขอกำลังพวกเจ้าช่วยข้าหาคนคนหนึ่งที่นี่”
เสียงเธอชะงักเล็กน้อย หันกลับไปมอง สายตาหยุดลงบนหมูป่าตัวนั้น “ดูสิ แม้แต่ของขวัญขอบคุณข้ายังนำมาให้พวกเจ้าด้วย”
มุมปากทุกคนรอบๆ กระตุก จะใช้หมูป่าตัวหนึ่งเป็นของขวัญขอบคุณ? คนคนนี้ไม่เกรงใจกันเลยจริงๆ
ชายบนบ้านต้นไม้นั้นได้ยินเช่นนี้ก็ยิ้มๆ ถามว่า “ไม่ทราบว่าใต้เท้าอยากตามหาใคร?”
“เซี่ยงหวา” เธอมองชายคนนั้นพลางกล่าว
“เซี่ยงหวา ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายวังกำเนิดสวรรค์” แววตาชายหนุ่มสั่นไหวเล็กน้อย “ใต้เท้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่นี่?”
“แน่นอนว่าเคยพบกัน”
“ถามได้หรือไม่ ว่าใต้เท้าจะตามหาเซี่ยงหวาไปท