ดการหมูป่าตัวนั้น ทว่าตอนเตรียมจุดไฟกลับพบว่ากิ่งไม้ไม่พอ จึงคิดจะไปเก็บแถวๆ นี้กลับมา
“ข้าจะไปเก็บพวกกิ่งไม้มาทำฟืน สักพักจะกลับมา” เขาเอ่ยกับเฟิ่งจิ่ว พลางมุ่งไปข้างหน้า
เฟิ่งจิ่วไม่สนใจ แถวนี้เป็นที่ที่ทั้งสองเคยเดินผ่าน ไม่มีอันตรายอะไร ทว่าหลังจากชำเลืองมองแผ่นหลังเขาที่ออกไปและหลับตาลงอีกครั้ง ประมาณไม่กี่ชั่วอึดใจก็ได้ยินเสียงร้องตกใจแว่วมา
เธอลืมตาขึ้นทันที แล้วเรียกพลังพุ่งไปบริเวณเสียง เมื่อมาถึงจุดที่ไป๋เสี่ยวอยู่ และเห็นเขาถูกชายฉกรรจ์ร่างกายบึกบึนสองสามคนใช้ดาบยาวจี้คอ แววตาพลันสั่นไหวเล็กน้อย
“นี่พวกท่านทำอะไรกัน?” เธอเอนพิงต้นไม้ พลางเอ่ยถามเสียงเบาๆ และไม่ได้เดินเข้าไป เพียงสองมือกอดอกมองคนพวกนั้นไปเช่นนั้น
“เจ้าหนู พวกเจ้าสองคนมาใหม่หรือ?” ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเอ่ยถามเสียงหยาบกระด้าง
แววตาเธอสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “อืม เพิ่งเข้ามาวันนี้”
“ทางไหน? เข้ามาอย่างไร?” ชายร่างใหญ่คนนั้นยังคงถาม เหมือนกำลังคาดเดาความน่าเชื่อถือจากคำพูดเฟิ่งจิ่ว
“ทางไหน? เข้ามายังต้องแบ่งด้วยหรือว่าทางไหน?” เธอมองชายร่างใหญ่พวกนั้นอย่างแปลกใจเล็กน้อย เห็นกลิ่นคาวเลือดบนร่างพวกเขารุนแรงนัก คิดว่าคงฆ่าคนมาไม่น้อย
“แน่นอน รายงานฉายาเจ้า แล้วเข้ามาอย่างไร? พูดสิ!”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ มุมปากยกเล็กน้อย มือหนึ่งเกี่ยวเส้นผมที่ลู่ลงเล่น พลางกล่าวว่า “ได้ยินแล้ว ข้าหล่อเหลาเป็นสง่า รูปงามไม่