ฉกรรจ์สองคนนั้น พวกเขาเจ็บเสียจนร้องอุทาน กุมข้อมือพลางมองไปรอบๆ แล้วเปล่งเสียงตะโกนลั่น
“ใคร? ใครกัน? ออกมานะ!”
“คนที่พวกเจ้าฝังเป็นเพื่อนข้า”
สองแขนเฟิ่งจิ่วกอดอก เอนพิงบนกิ่งไม้พลางมองไป๋เสี่ยวที่โดนฝังไปสูงถึงครึ่งตัว แล้วยกยิ้มส่งให้เขา “ไม่เจอกันนานนะไป๋เสี่ยว เจ้าจะทำให้ตนเองลำบากเกินไปแล้ว”
“เจ้าหนู! เจ้ากล้าใช้อาวุธลับทำร้ายข้า!” หนึ่งคนในนั้นเห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ก็ส่งเสียงด่ากราดทันที “ข้าว่าเจ้าไม่อยากมีชีวิตเสียแล้ว”
เฟิ่งจิ่วเก็บใบไม้สองใบมาอีก กล่าวว่า “พวกเจ้าไม่ไปแน่หรือ? ใบไม้สองใบนี้ ครั้งนี้จุดที่โดนคงไม่ใช่ข้อมือพวกเจ้า”
อีกคนหนึ่งเห็นท่าทาง ก้มหน้ามองเห็นว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บคือใบไม้ใบหนึ่งจริงๆ ในใจก็ตกใจ รีบร้อนลากคนข้างกายจะไป กลับถูกเฟิ่งจิ่วเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อน”
“จะ เจ้าบอกให้พวกเราไปไม่ใช่หรือ? พะ พวกเราแค่ทำตามคำสั่ง ไม่ได้อยากจะฝะ ฝังเพื่อนเจ้า…” ยามนี้ทั้งสองตกใจ สองขาสั่นเทาเล็กน้อย สีหน้าขาวซีดไปบ้าง
ใช้ใบไม้เป็นอาวุธลับได้ เช่นนั้นวรยุทธ์ต้องสูงเพียงใด? อย่างไรก็ตามพวกสองคนใช้ใบไม้เป็นอาวุธไม่ได้ จึงไม่ใช่คู่ต่อสู้หนุ่มน้อยคนนี้
“ลากเขาขึ้นมาค่อยไป” เธอเชิดคางขึ้นให้สัญญาณ
“โอ้ ได้ๆๆ”
สองคนรีบร้อนขานรับ ใช้แขนข้างที่ไม่บาดเจ็บลากไป๋เสี่ยวที่โดนฝังทรายไปครึ่งตัวคนนั้นขึ้นมา ถึงจะสับขาวิ่งหนี ราวกับด้านหลังมีสัตว์ร้ายงูพิษอะไรไล่ตาม
“เจ้