ำให้เขาเบ้าตาแดงก่ำอย่างอดไม่ได้
“เฟิ่งจิ่ว เจ้าดีกับข้าเหลือเกิน เจ้าไม่รู้หรอก คนบ้านนั้นให้ข้าไปฝึกสัตว์อสูร ให้กินหมั่นโถวผักสดทุกวัน ข้าหิวเสียจนผอมลงไปรอบใหญ่ เมื่อวานยังไม่ให้ข้าวข้ากิน วันนี้ยังจับข้ามาฝังทั้งเป็นอีก จะเกินไปแล้วจริงๆ”
“เจ้าฝึกสัตว์อสูรเป็นจริงหรือ?” เธอสงสัยมาก ถึงอย่างไรตอนแรกที่พบกัน เขายังโดนเหล่าไป๋เหวี่ยงตกจากหลังม้าอยู่เลย
“แน่นอนว่าได้ แค่นานๆ ทีจะเกิดเหตุคาดไม่ถึง แต่ข้าฝึกสัตว์อสูรเป็นจริงๆ จริงๆ นะ” เหมือนกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อ ไป๋เสี่ยวจึงเน้นย้ำอีกครั้ง
“ในเมื่อเจ้าไม่มีที่ไป จะติดตามข้าไปไหมเล่า?” เธอยิ้มด้วยใบหน้าไร้พิษสงราวกับหมาป่าอวดหาง “สถานที่ที่ข้าจะไปครั้งนี้ด้านในมีสัตว์อสูรไม่น้อย เจ้าจะได้ฝึกมือพอดี เป็นอย่างไร? ไปไหม?”
เขาได้ยินเช่นนี้ ยังไม่ได้ขานรับทันที แต่มองเขาด้วยสีหน้าจริงจังพลางถามว่า “หากเจ้าเห็นข้าโดนสัตว์ร้ายไล่ล่าจนไม่มีทางหนี เจ้าจะช่วยข้าใช่ไหม?”
เฟิ่งจิ่วตกใจเล็กน้อย จากนั้นค่อยหัวเราะร่าขึ้นมา…
………………………………………………….