”
“ดื่มเหล้าไม่ค่อยเก่งจะดื่มตอนท้องว่างไม่ได้ เช่นนี้แล้วกัน! รอเดี๋ยวก่อน ไก่นี้ได้ประมาณหนึ่งแล้ว” เธอยิ้มๆ แล้วเริ่มเพิ่มเครื่องปรุงรสอีกหน่อย พลางถามว่า “ทำไมทุกครั้งที่เจอกันเจ้าล้วนกำลังร่อนเร่? จะไปไหนหรือ?”
“ข้าไม่อยากไปไหน แค่ถูกคนในบ้านไล่ออกมา ให้ข้าออกมาฝึกวิชาเสียบ้าง แต่ล้มเหลวไม่เป็นท่าเสียทุกที่” เขาพูดไปสองมือก็ถือเหล้า ดวงตาจ้องไก่ย่างไว้ตลอด พลางเล่าเรื่องที่ตนเองเจอมาหลายวันนี้ออกมา
“อ้อ? เจ้าเป็นคนในตระกูลนักคุมสัตว์อสูรหรือ?” เธอแปลกใจเล็กน้อย และเข้าใจในทันที ใช่สิ หากไม่ใช่คนจากตระกูลเช่นนี้ก็ไม่น่าได้ม้าประหลาดอย่างเหล่าไป๋มา
“อืม แต่ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ฝีมือข้าไม่ได้เรื่อง แค่คุมสัตว์อสูรได้ บางครั้งคุมสัตว์อสูรก็มักจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน อย่างเหล่าไป๋ม้าประหลาดเช่นนั้นข้ายังคุมไม่ได้ และสัตว์เลี้ยงคุณหนูของสองคนนั้นเมื่อครู่ ไม่รู้เป็นอะไรถึงกระโดดตะครุบวุ่นวาย ตะปบชุดใหม่บนร่างนายมันจนขาด ซ้ำยังข่วนหลังมือนางเลือดไหล”
เฟิ่งจิ่วใช้มีดหั่นน่องไก่ให้เขา “หมายความว่าตอนนี้เจ้าไม่มีที่ไปหรือ?”
“อืม คนในบ้านไม่ให้ข้ากลับไป บอกให้ข้ามาสร้างชื่อเสียงข้างนอก แต่การสร้างชื่อเสียงนั้นยากเกินไป ข้ากลัวว่าสูญเสียชีวิตน้อยๆ นี้ไป”
เขากลืนน้ำลาย รับน่องไก่มา เพราะยังร้อนเล็กน้อย มือจึงใช้ใบไม้เป็นฉนวนกันความร้อน เพิ่งกัดไปหนึ่งคำกลิ่นหอมเนื้ออันอบอวลก็กระจายไปในปาก ท