งตัวเองรักษา บาดแผลบนร่างเฟิ่งจิ่วจึงค่อยๆ ดีขึ้น
วันนี้เธอสวมชุดสีฟ้าของสำนักยาเซียนเดินออกจากอาศรมมา ก็ได้ยินเหล่าไป๋คุยโม้กับพวกนักเรียนหญิงสำนักพลังวิญญาณอย่างไพเราะน่าฟังอยู่ตรงนั้น เห็นภาพเช่นนั้นก็ยิ้มๆ ไม่ได้เดินเข้าไปแต่ยืนมองพิงตรงประตูอาศรม
“ศิษย์พี่เฉิน ข้าว่าท่านสวยกว่าเมื่อวานนิดหน่อยนะ”
“ศิษย์พี่หวัง สีหน้าท่านวันนี้ดีกว่าเมื่อวานอีก ผิวนุ่มเสียจนเหมือนปุยนุ่นเลย”
“ศิษย์พี่หลี่ กายท่านหอมนัก! นี่เป็นกลิ่นหญิงสาวตามธรรมชาติ ช่างหอมจริงๆ”
นักเรียนหญิงพวกนั้นได้ยินคำพูดเหล่าไป๋ แต่ละคนปิดปากหัวเราะเบาๆ “เหล่าไป๋ ทำไมเจ้าถึงบ้ากามเพียงนี้? ปากเจ้านี้แม้แต่คุณชายเจ้าสำราญยังเทียบไม่ได้เลย”
“ใช่ หากเจ้าจะอ้อน นกบนต้นไม้เจ้ายังอ้อนลงมาได้เลย”
“เรียนมาจากนายเจ้าใช่หรือเปล่า? เจ้าดูสิ เยี่ยจิงสาวงามอันดับหนึ่งของสำนักศึกษาเราเดินใกล้เขามาก ภายในสำนักศึกษามีคนตามเกี้ยวนางไม่น้อยแต่นางไม่สนใจ ดันมาถูกใจนายเจ้า”
“ไม่หรอก นี่เป็นพรสวรรค์พิเศษจากฟ้า” เหล่าไป๋ฉีกยิ้มกว้าง “อีกอย่างนายท่านงดงามไม่ธรรมดา หล่อเหลาคมคาย ดอกไม้เห็นยังแย้มบาน ม้าเห็นต้องเข้ามามุง เยี่ยจิงคนงามนั่นตาดีนัก”
ผู้หญิงพวกนั้นได้ยินเช่นนี้ก็ปิดปากหัวเราะ
อสูรกลืนเมฆาที่นอนข้างๆ ชำเลืองมองเหล่าไป๋อย่างรังเกียจก่อนหันหน้าไปอีกด้าน เพราะไม่ชอบให้ใครแตะต้อง คนพวกนั้นอยากจะแตะ มันยังทำให้กลัวจนต้องถอยไป แต่เหล่าไป๋ม