คิด “ป่าผืนตรงหน้าวางค่ายกลไว้ไม่น้อย พวกมันคงไม่ได้หลงเข้าไปด้านในกระมัง?”
“ไปดูหน่อยเถอะ”
“ด้านในมีค่ายกลไม่น้อย ตอนหาต้องระวังหน่อย อย่าติดกับอยู่ในนั้นเชียว” นางกล่าวเตือน
“ได้” กวนสีหลิ่นขานรับ แยกกับนางออกไปตามหาพลางตะโกน “เหล่าไป๋ อสูรกลืนเมฆา…”
สองสัตว์อสูรที่ติดอยู่ในป่าเดิมทีกำลังนอนหลับ เมื่อได้ยินเสียงเรียกดังขึ้นก็กระโดดผลุงขึ้นมาทันที
“เยี่ยจิงคนงาม” เหล่าไป๋ดวงตาเป็นประกาย เอ่ยด้วยความประหลาดใจ
“คล้ายจะยังมีพี่ชายของนายท่านด้วย” อสูรกลืนเมฆากล่าว
“ต้องมาตามหาพวกเราแน่ๆ” เหล่าไป๋เดินวนไปมาด้วยความระรื่น พลางแหกปากตะโกนว่า “พวกเราอยู่ที่นี่ พวกเราอยู่ที่นี่! เยี่ยจิงคนงาม พวกเราอยู่ตรงนี้!”
เยี่ยจิงที่พานักเรียนสิบคนมาตามหาในป่าพลันได้ยินเสียงที่ทั้งแหบแห้งและตื่นเต้นดีใจ นางถามนักเรียนด้านหลังว่า “พวกเจ้าได้ยินเสียงอะไรหรือไม่ ทำไมข้าได้ยินคล้ายว่ามีคนกำลังตะโกนเรียกข้า?”
“หรือจะเป็นนักเรียนสำนักศึกษาที่หลงเข้าค่ายกลมา?”
นักเรียนคนหนึ่งถาม ไม่ได้นึกเลยว่าจะเป็นสัตว์อสูรสองตัวนั้น ถึงอย่างไรสัตว์อสูรที่ระดับไม่ถึงสัตว์เทวะล้วนไม่เอ่ยปากพูดภาษามนุษย์ เหล่าไป๋เป็นเพียงม้าประหลาด เจ้าตัวเล็กนั่นก็ยังเป็นแค่สัตว์เลี้ยงตัวน้อย ไม่ว่าใครก็ไม่คิดไปทางนั้น
“ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ก็ต้องเข้าไปดูเสียหน่อย” เยี่ยจิงพูดจบก็ตามหาไปทางเสียงนั้น ยิ่งเข้าใกล้เสียงนั้นยิ่งชัดเจน
“เยี่ยจิงคน