ไปก่อน รอนางกลับถึงอาศรมข้าค่อยไปเยี่ยมนางอีกที”
กวนสีหลิ่นขานรับ หลังจากมองส่งเขาออกไปถึงดึงสายตากลับ แล้วมองยังโม่เฉินที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างๆ ผ่านไปสักพักค่อยสะลายตา
ประตูเรือนถูกเปิดออก เยี่ยจิงเดินออกมาจากด้านใน “เฟิ่งจิ่วบอกว่าจะกลับไปพักฟื้นที่อาศรม”
กวนสีหลิ่นได้ยินเช่นนี้ก็หันกายเดินเข้าไป “ข้าจะพานางกลับไปเอง”
ตรงโต๊ะหิน โม่เฉินแววตาสั่นไหวเล็กน้อย แต่กลับไม่พูดอะไร เพียงนั่งไปเงียบๆ
ไม่นานนักกวนสีหลิ่นก็แบกเฟิ่งจิ่วเดินออกมา นางที่เปลี่ยนมาสวมชุดสำนักศึกษาขาดการขับเน้นของชุดสีแดง สีหน้าจึงยิ่งซีดเผือดอย่างชัดเจน ทว่ายังรู้สึกตัวอยู่
“ขอบคุณมาก”
เมื่อกวนสีหลิ่นแบกเธอเดินผ่านข้างกายโม่เฉิน ปากเธอเปล่งเสียงคำขอบคุณออกมา
เยี่ยจิงคอยประคองข้างๆ และออกไปพร้อมกับพวกเขา
รอจนพวกเขาออกไปแล้ว โม่เฉินถึงค่อยวางหนังสือในมือลง เงยหน้ามองไปแล้วครุ่นคิดเสียเนิ่นนาน
“เป็นนาง? คนที่เจ้าต้องตามหาคือนางหรือ”
เจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนักเดินเข้ามา มองคนที่นั่งอึ้งตกใจอยู่ตรงโต๊ะพลางเอ่ยปากถาม อันที่จริงในใจของทั้งสองต่างรู้แล้วว่าคนคนนั้นที่เขาต้องการตามหาคงเป็นเฟิ่งจิ่วนี่เอง
หากมองไปทั่วสำนักศึกษา มีเพียงนางที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้ และมีเพียงนางที่สามารถทำให้โม่เฉินผู้ไม่เคยเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตาเกิดจิตสังหาร สองมือเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดได้
โม่เฉินมองพวกเขา หลังผ่านไปนานก็เพียงบอกว่า “รอแผลนางห