่คิดจะไปแล้ว
แม้เธอพูดคุยกับอาจารย์หลูไม่มาก แต่ได้ยินนักเรียนกับอาจารย์สำนักศึกษาต่างบอกว่าเขาเป็นคนเข้มงวดจริงจัง อาจารย์ที่ตั้งใจสอนนักเรียนเช่นนี้ พอเห็นเขากลายเป็นเช่นนั้น เธอไม่มีทางนิ่งดูดายได้จริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้นอาจารย์หลี่ว์ก็ขอโทษแล้ว เช่นนั้นยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธไม่ทำเพราะขัดข้องใจ
เมื่อเห็นเฟิ่งจิ่วกลับไปอีกครั้ง พวกเขาสามคนดีใจ หลังจากเรียกหมอสองคนมาและกำชับซ้ำๆ แล้ว ถึงจะให้พวกเขาเข้าไปช่วยเฟิ่งจิ่วหลังเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่
ยามนี้กวนสีหลิ่นกับเยี่ยจิงมาถึงด้านนอก แต่เข้าใกล้ห้องแนะแนวการสอนไม่ได้
ส่วนเฟิ่งจิ่วด้านในห้อง หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างมือก็หยิบอุปกรณ์จากห้วงมิติมาพลางมองหมอสองคนนั้น ถามว่า “ท่านเจ้าสำนักบอกท่านสองคนแล้วหรือยัง? ทุกอย่างต้องฟังคำสั่งข้า ห้ามส่งเสียงอุทานใดๆ รบกวนข้า ขณะเดียวกัน สิ่งที่พวกท่านเห็นที่นี่จะต้องไม่แพร่งพรายไปภายนอก”
“อืม พวกเรารู้ ท่านเจ้าสำนักสั่งไว้แล้ว” หมอทั้งสองพยักหน้าขานรับ ในใจนึกสงสัยยิ่งว่านักเรียนสำนักยาเซียนคนนี้จะมีทักษะการแพทย์ช่วยอาจารย์หลูให้รอดได้จริงหรือ?
“ให้พวกเขาดูทีว่าพี่ชายข้าอยู่ข้างนอกหรือไม่ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างมือค่อยให้เขาเข้ามา”
ได้ยินเช่นนี้ หมอคนหนึ่งในนั้นเดินออกไปสั่งการ ไม่นานนักกวนสีหลิ่นก็เดินเข้ามา
“เสี่ยวจิ่ว ต้องการให้ข้าช่วยอะไร?” กวนสีหลิ่นถามขณะมายังข้างเตียง สายตามองผ่านบนร่างอ