าจารย์หลูคนนั้นแล้วก็หยุดลงบนร่างเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วเงยหน้ามองเขา ยิ้มเอ่ยว่า “พี่สีหลิ่น นี่เป็นงานสำคัญมาก ประเดี๋ยวระหว่างที่ข้าผ่าตัด ท่านอย่าลืมเช็ดเหงื่อให้ข้าด้วย เหงื่อจะหยดลงไปไม่ได้เด็ดขาด”
“ไม่มีปัญหา” กวนสีหลิ่นยิ้มบอก
ห้องด้านในห้องแนะแนวถูกปิดซ่อนทุกอย่างไว้ คนภายนอกเพียงรู้ว่านักเรียนนามเฟิ่งจิ่วคนนั้นกำลังรักษาอาจารย์หลู แต่ไม่รู้ว่าเขารักษาอย่างไร
เจ้าสำนักกับรองเจ้าสำนักที่เฝ้าข้างนอกมองหน้ากัน ในใจทั้งตึงเครียดและกังวล
แม้ได้ยินชื่อเสียงของภูตหมอมานาน แต่ไม่เคยเห็นทักษะการแพทย์เขาจริงๆ เลย ยามนี้พวกเขาไม่มีทางวางใจได้อย่างสิ้นเชิงจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นในการรักษาโรคเช่นนี้ หมอคนไหนก็ไม่อาจรับประกันว่าจะรักษาหายขาด แล้วอาจารย์หลูจะเป็นเช่นไร ได้แต่ต้องดูผลลัพธ์หลังการรักษาเท่านั้น
“เฟิ่งจิ่วคนนั้นมีทักษะการแพทย์จริงหรือ? ทำไมพวกเจ้าสำนักถึงเชื่อใจ?”
“นั่นสิ เขาก็เป็นนักเรียนสำนักศึกษาเหมือนพวกเรา โรคที่พวกหมอกับนักปรุงยายังรักษาไม่ได้ คนที่ช่วยชีวิตไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าเขาจะกล้ารับไปรักษา?”
“ข้าเดาว่าพวกเจ้าสำนักคงคิดรักษาม้าตายประหนึ่งม้าเป็น รองเจ้าสำนักไปตลาดมืดไม่ได้เบาะแสภูตหมอมา จึงได้แต่ให้เจ้าเด็กเฟิ่งจิ่วนั่นลองเสียหน่อย”
“เจ้านั่นช่างกล้านัก ไม่กลัวเลยว่าหากอาจารย์หลูตายในเงื้อมมือเขาแล้วจะจัดการอะไรไม่ได้”
ด้านนอกเขตเรือนของห้องแนะแนว ทุกคนที่เฝ้ารอกำลังพูดค