มอที่ตลาดมืดไม่ใช่หรือ มีข่าวอะไรรึไม่” เจ้าสำนักเอ่ยถาม เพราะปิดกั้นเสียงไว้ นอกจากกวนสีหลิ่นที่ยืนข้างกายเขาแล้ว คนด้านนอกไม่ได้ยินคำพูดของทั้งสองแน่นอน
กวนสีหลิ่นที่ได้ยินมองเจ้าสำนัก แล้วมองยังรองเจ้าสำนักที่มีสีหน้าตื่นเต้น จากนั้นค่อยหลุบตาลง
“เป็นเขา เป็นเฟิ่งจิ่ว! เขาคือภูตหมอ เขาน่าจะเป็นภูตหมอขอรับ!”
รองเจ้าสำนักกล่าวอย่างตื่นเต้น พร้อมจับแขนเจ้าสำนักไว้อย่างดีอกดีใจเต็มเปี่ยม “ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเขาไม่ธรรมดา? ไม่เพียงมีวรยุทธ์พลังวิญญาณโดดเด่น พรสวรรค์ยังโดดเด่น กลั่นยาเซียนได้ ที่สำคัญที่สุด เขาคือภูตหมอคนนั้น! ภูตหมอเป็นนักปรุงยา! เล่ากันว่ายาเขาบรรลุถึงระดับยาทิพย์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยามนี้อัจฉริยะผู้นี้เป็นนักเรียนในสำนักศึกษาเรา ระ…เรื่องดีๆ ที่ใหญ่โตเช่นนี้ทำไมถึงตกมาอยู่กับสำนักศึกษาหมอกดาราเราได้?”
กล่าวถึงท้ายสุด ชัดเจนว่าเขาตื่นเต้นเกินเหตุจนพูดสะเปะสะปะ และไม่รู้ด้วยว่าตนเองกำลังพูดอะไร ภายในห้วงความคิดมีเพียงข่าวเดียวกำลังกึกก้อง นั่นคือเฟิ่งจิ่ว หนุ่มน้อยชุดแดงคนนั้น หนุ่มน้อยชุดแดงที่เขาถูกใจคนนั้นคือภูตหมอผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง!
เจ้าสำนักได้ยินแล้วยังหัวใจสั่นสะท้าน สายตาหยุดบนร่างกวนสีหลิ่นข้างกายตามสัญชาตญาณ เมื่อเห็นใบหน้าเขาสงบนิ่ง ถึงรู้ว่ารองเจ้าสำนักพูดความจริง
ไม่จำเป็นต้องยืนยันหรือสอบถาม แค่มองกวนสีหลิ่นก็รู้แล้ว
เขาเป็นพี่ชายเฟิ่งจิ่ว ต้องรู้เรื