งเข้ม
“อ้อ! เรื่องนี้ข้านึกออกแล้ว ตอนนั้นเฟิ่งจิ่วด่าเขาว่าป่วย” อาจารย์คนหนึ่งพูดขึ้นมา
อีกคนได้ยินก็ส่ายหน้า “ไม่ใช่ๆ ตอนนั้นน้ำเสียงเขาไม่เหมือนด่า แต่เหมือนเป็นการเตือน”
“ใช่ ตอนนั้นพวกเราไม่ได้สังเกต ก่อนหน้านี้ยังนึกไม่ออก แต่เมื่อครู่ท่านเจ้าสำนักเอ่ยถึงข้าจึงจะนึกได้ ตอนนั้นเฟิ่งจิ่วบอกกับอาจารย์หลูว่า ท่านอาจารย์ ท่านป่วย ต้องรักษา” อาจารย์หลี่ว์กล่าวพลางกลืนน้ำลาย เสียงชะงักไป ก่อนกล่าวอีกว่า “ตอนนั้นบรรยากาศวุ่นวายเสียจนไม่ค่อยดี พวกเรานึกว่าเขาพูดด้วยอารมณ์โกรธ แต่ข้าเพิ่งนึกได้ เฟิ่งจิ่วบอกว่าไม่พ้นสามวันต้องล้มป่วยแน่”
เจ้าสำนักได้ยินเช่นนี้ หัวใจก็สั่นสะท้าน ม่านตาหดเล็กลง “เจ้าหมายความว่า สามวันก่อนเขามองออกว่าร่างกายอาจารย์หลูมีปัญหาหรือ?”
“ใช่ขอรับ ข้าคิดว่าเป็นเช่นนี้ ข้ากำลังคิดว่าในเมื่อเขาเรียนกลั่นยาเซียน น่าจะชำนาญด้านการแพทย์ด้วยหรือไม่?” อาจารย์หลี่ว์ถามพลางมองยังเจ้าสำนัก แต่นึกถึงข้อนี้ในใจกลับคิดว่าเป็นไปไม่ค่อยได้
เฟิ่งจิ่วเป็นนักเรียนเพียงคนเดียวของสำนักยาเซียน และเป็นนักเรียนระดับสวรรค์ของสำนักพลังวิญญาณ หากมีทักษะการแพทย์ติดตัวอีก หนุ่มน้อยคนนี้ก็น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
“ตอนนี้เฟิ่งจิ่วอยู่ที่ใด?” เจ้าสำนักถามทันที
“ตอนนี้หากไม่อยู่สำนักพลังวิญญาณก็อยู่สำนักยาเซียนแน่นอนขอรับ” อาจารย์หลี่ว์ขานรับ
เจ้าสำนักได้ยินเช่นนี้ก็โบกมือบอกว่า “ไป ส่งคนไปตาม